7 ฟีเจอร์เด่นใน Android Wear 2.0

7 ฟีเจอร์เด่นใน Android Wear 2.0Google ได้เปิดตัว Android Wear 2.0 อย่างเป็นทางการ โดยพัฒนาระบบไปมากจนเกือบจะสามารถทำงานได้โดยไม่ต้องเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนเลย เพราะมีการรองรับ Wi-Fi (รวมถึง LTE ในบางครั้ง) และสามารถเปิดใช้งานแอปได้โดยไม่ต้องเปิดสมาร์ทโฟน โดยมีฟีเจอร์ต่างๆที่น่าสนใจ ดังนี้

1. ใช้งานง่ายuntitled-2

สิ่งที่เป็นปัญหาหลักของสมาร์ทว็อทช์ก็คือหน้าจอที่ยุ่งยาก แต่ใน Android Wear 2.0 ทาง Google ได้รับปรับให้ใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ดังนี้

  • ปัดนิ้วไปซ้าย-ขาว : เปลี่ยนรูปแบบหน้าปัดนาฬิกา
  • ปัดนิ้วขึ้น : ดูการแจ้งเตือน
  • ปัดนิ้วลง : เปิดแถบ Setting
  • กดปุ่มหลัก : เข้าสู่รายการแอป
  • กดปุ่มหลักค้าง : เปิดใช้งาน Google Assistant

ในหน้า UI แบบใหม่ จะแสดงเพียงแค่ข้อมูลที่ผู้ใช้ต้องการ และรองรับการใช้งานแบบ Rotational ซึ่งเป็นการเลื่อนหน้าจอไปยังเมนูต่างๆด้วยเม็ดมะยมที่อยู่ขอบข้างตัวเรือน

untitled-3

untitled-4

2. ปรับแต่งได้ตามต้องการ

Android Wear รุ่นก่อนสามารถดาวน์โหลดหน้าปัดนาฬิกาผ่านแอป Third-Party ได้ตามต้องการ สำหรับใน Android Wear 2.0 นั้น ผู้ใช้จะสามารถปรับแต่งหน้าปัดนาฬิกาได้ตามต้องการผ่านนาฬิกาโดยตรง ทั้งสี, ภาพพื้นหลัง และรูปแบบการแสดงผล

3. ใช้งานแอป Third-Party ได้มากขึ้น

untitled-5

นักพัฒนาแอปสามารถเพิ่มการแสดงผลบนหน้าปัดนาฬิกาได้มากขึ้น โดยสามารถแสดงข้อมูลและเข้าแอปไปพร้อมกันได้ แต่อาจทำให้นาฬิกาทำงานช้าลง โดยในขณะนี้จะแสดงผลเป็นข้อมูลสั้นๆในวงกลม และคาดว่าจะได้รับการอัปเดตเพิ่มเติมในอนาคต

4. ใช้แอปโดยไม่ต้องเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน

untitled-6

ผู้ใช้สามารถเข้าเว็บไซต์ Google Play ค้นหาแอปที่ต้องการ คลิกปุ่มเพื่อทำการติดตั้งแอปลงบนนาฬิกา และเข้าใช้งานแอปได้โดยตรง แต่การรูปแบบการค้นหานั้นอาจดูแปลกตาจากสมาร์ทโฟนพอสมควร

5. GOOGLE FIT

untitled-7

untitled-8

Google พยายามเพิ่มฟังก์ชั่นให้ Android Wear 2.0 สามารถตอบสนองต่อความต้องการของผู้ใช้ได้มากขึ้น โดยที่น่าสนใจก็คือ Google Fit ที่รวบรวมเอาการออกกำลังกายต่างๆ พร้อมด้วยภาพสาธิตการออกกำลังกายบนหน้าจอ ซึ่งจะทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว

untitled-9

untitled-10

6. มีเซ็นเซอร์มากขึ้น

สำหรับสมาร์ทว็อทช์ที่ติดตั้งระบบ Android Wear 2.0 นอกจากกจะรองรับ Bluetooth ได้แล้ว ยังสามารถรองรับฟีเจอร์ของ Wi-Fi, LTE, GPS, NFC และเซ็นเซอร์ตรวจวัดการเต้นของหัวใจได้อีกด้วย ส่งผลให้สามารถใช้งาน Android Pay ได้

7. ส่งข้อความได้

untitled-11

การตอบข้อความ ถือได้ว่าเป็นฟีเจอร์เด่นอีกอย่างหนึ่งของ Android Wear 2.0 โดยผู้ใช้สามารถสามารถเขียนตัวอักษรลงไปได้ ซึ่งสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ อีกทั้งยังมีแป้นพิมพ์ QWERTY ขนาดเล็กให้ใช้อีกด้วย


“สำหรับชาวลพบุรี ” สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ลพบุรี ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำเว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ลพบุรี ด้วยทีมงานมืออาชีพ‎

Google Translate สามารถแปลได้ถึง 103 ภาษา ทั่วโลก

 * Google Translate สามารถแปลได้ถึง 103 ภาษา ทั่วโลก *

google-translate

ทีมนักพัฒนา Google Translate ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2016 ว่า ได้รองรับการแปลภาษาเพิ่มเติมอีกมากกว่า 13 ภาษา ทำให้ ณ ปัจจุบันนี้ Google Translate สามารถรองรับการแปลภาษได้มากถึง 103 ภาษา จากทั่วโลก

ภาษาที่ทาง Google Translate ได้อัปเดทเพิ่มเติมล่าสุด ได้แก่

  1. Amharic
  2. Corsican
  3. Frisian
  4. Kyrgyz
  5. Hawaiian
  6. Kurdish (Kurmanji),
  7. Luxembourgish
  8. Samoan
  9. Scots Gaelic
  10. Shona
  11. Sindhi
  12. Pashto
  13. Xhosa

Google กล่าวว่า ภาษาที่เพิ่มขึ้นมาใหม่นี้ ทำให้ Google Translate สามารถใช้งานได้ดียิ่งขึ้นสำหรับคนอีก 120 ล้านคน ที่อาศัยอยู่ในเอเซีย ไปจนถึงแอฟริกา ยุโรป และฮาวาย โดยจะเริ่มใช้ได้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ที่มา : theverge.com