แม่ค้าก๋วยเตี๋ยว ขอทำดีเพื่อพ่อหลวง ให้ลูกชายไปยืนถือป้ายริมถนน บอกร้านนี้ให้กินฟรี

เมื่อวันที่ 19 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณริมถนนสายมาลัยแมน กิโลเมตรที่ 5 ต.วังตะกู อ.เมือง จ.นครปฐม มีชายวัยรุ่น 3 คนสวมชุดสีดำ ยืนถือป้ายข้อความ “แวะหน่อย ก๋วยเตี๋ยวสะดุ้ง (ทานฟรี) ตั้งแต่ 18 ต.ค. – 22 ต.ค. (ทำดีเพื่อพ่อหลวง) ” เชิญชวนประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา แวะรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านชื่อ แวะหน่อย ก๋วยเตี๋ยวสะดุ้ง ที่อยู่ไม่ห่างกันนัก ฟรีโดยไม่คิดเงิน จึงเข้าไปสอบถาม

น.ส.ศรสุดา โชติพนัง เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยว เปิดเผยว่า ตนเป็นแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เปิดร้านอยู่ใกล้โรงงานไทยยามากิ มานานกว่า 6 เดือนแล้ว ปกติขายเพียงชามละ 30 บาท ส่วนเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ขวบลงไป ทางร้านก็ให้รับประทานก๋วยเตี๋ยวฟรีเป็นปกติอยู่แล้ว

เมื่อทราบข่าว พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ซึ่งเป็นข่าวที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศรู้สึกเศร้าโศกเสียใจเป็นที่สุด ทางครอบครัวจึงคิดทำโครงการ ทำความดีเพื่อถวายในหลวง โดยเปิดให้ชาวบ้านที่รายได้น้อยหรือประชาชนที่ขับรถผ่านเส้นทางนี้ ได้รับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านได้ฟรี โดยให้ลูกชาย 3 คนออกไปยืนถือป้ายบอกให้เป็นจุดเด่น เพื่อให้ประชาชนได้เห็นป้ายข้อความเชิญชวนทานก๋วยเตี๋ยวฟรี จะได้แวะเข้ามาทานกัน โดยเริ่มตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 22 ต.ค.นี้

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มคิดถูกหันหลังให้โรงงาน กลับบ้านที่อุดรธานี เลี้ยง”ฮวก”ขายโลละ400 รับเงินเป็นกอบเป็นกำ

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางที่บ้านเลขที่ 15 หมู่ 12 บ้านธาตุสามัคคี ต.กุดจับ อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หลังจากที่ได้ทราบว่าได้มีชายหนุ่มคนหนึ่งได้เลิกจากไปขายแรงงานในโรงงานที่ จ.ชลบุรี กลับบ้านมาทำอาชีพ เลี้ยง “ลูกอ๊อด” หรือที่ชาวอีสานเรียกว่า “ฮวก” ขาย ซึ่งทำให้มีรายได้ดี เนื่องจากตลาดยังขาดแคลน201610031752031-20041020130510เมื่อไปถึงพบนายธนากร หอมดวง อายุ 26 ปี กำลังตักฮวกขายให้ลูกค้าในราคาขีดละ 40 บาท หรือกก.ละ 400 บาท ซึ่งถือว่าเป็นช่วงที่ฮวกมีราคาแพง 1 ครั้ง เนื่องจากเข้าหน้าหนาวกบเลิกผสมพันธ์ เตรียมจำศีล ทำให้มีฮวกจำนวนน้อย201610031752063-20041020130510นายธนากร เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้มีอาชีพเป็นช่างทำงานในโรงงานที่ จ.ชลบุรี มีรายได้ 9,000 บาท แต่ต้องเสียค่ารถ ค่าที่พัก จึงไม่มีเงินเหลือเก็บ จึงเดินทางกลับบ้านมาทำนา ทำไร่อ้อย และไร่มันสำประหลังรวม 15 ไร่ แต่เนื่องจากที่เป็นคนชอบใส่เบ็ดตกปลาตามทุ่งนาในเวลากลางคืน และไปหาซื้อลูกอ๊อดมาเป็นเหยื่อใส่เบ็ด ซึ่งมีราคาแพงและหาซื้อยาก จึงคิดมาเลี้ยงกบเพื่อเพาะลูกอ๊อดขาย ซึ่งก็พบว่ามีลูกค้าเป็นจำนวนมาก เพราะส่วนมากจะเป็นชาวบ้านที่นิยมใส่เบ็ด หรือตกปลา201610031752074-20041020130510นอกจากนี้ยังมีผู้นิยมรับประทานหมกฮวกด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่คนอีสานชอบกินและหา “ฮวก” ได้ยากด้วย เพราะต้องรอให้ฝนตกกบถึงผสมพันธุ์ออกไข่จนกลายเป็นลูกอ๊อดจึงจะได้กิน จึงทำให้ตอนนี้เขาไม่ต้องรอ สามารถมาซื้อไปหมกได้เลย201610031752075-20041020130510นายธนากรกล่าวต่อไปว่า ตนไปซื้อกบพ่อแม่พันธ์ เป็นกบพันธุ์บลูฟร๊อกผสมกบนาอายุ 3 เดือน มาคู่ละ 300 บาท จำนวน 30 คู่ นำมาเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ หรือบ่อดิน ให้มีน้ำในบ่อเล็กน้อย ส่วนอาหารจะให้อาหารปลาดุกอัดเม็ด จากนั้นเมื่อพ่อแม่พันธุ์พร้อมที่จะผสมพันธุ์กันแล้ว ก็ทำการแยกพ่อแม่พันธ์มาขังไว้บ่อใหม่ ที่มีน้ำขังลึกประมาณ 1 ฟุต ให้ผสมพันธ์กันแล้ววางไข่ จากนั้นจึงแยกพ่อพันธ์ออกจากบ่อ และเลี้ยงลูกอ๊อดหรือฮวก 15 วัน จึงตักมาขายได้ ช่วงเดือนมี.ค.– ก.ย.จะเป็นช่วงที่กบผสมพันธ์และมีลูกอ๊อดมาก จะขายราคาขีดละ 30 บาท หรือ กก.ละ 300 บาท ขายได้วันละ 30 ก.ก.201610031752079-20041020130510นายธนากร กล่าวต่อไปว่า ส่วนเดือน ต.ค.ใกล้หมดฤดูฝนเข้าฤดูหนาว กบจะผสมพันธ์กันน้อย จะมีฮวกขายวันละ 10 ก.ก. แต่จะขายขีดละ 40 บาท หรือก.ก.ละ 400 บาท ตนจะเลี้ยงฮวก ขายเดือนละ 2 ครั้ง ทำให้ตนมีรายได้จากการขายลูกอ๊อด หรือฮวก เฉลี่ยเดือนละ 9,000-10,000 บาท นอกจากขายฮวกแล้ว ตนยังมีรายได้จากการขายกบขนาดเล็กอายุ 1 เดือน จะขายตัวละ 1 บาท ส่วนกบอายุ 3 เดือน จะขายปลีก กก.ละ 120 บาท ขายส่ง กก.ละ 120 บาท ส่วนพ่อแม่พันธ์จะมีอายุ 3 ปี จากนั้นก็จะเปลี่ยนพ่อแม่พันธ์ใหม่

สาเหตุที่เลี้ยงกบพันธุ์บลูฟร๊อกผสมกับกบนา เพราะกับพันธุ์บลูฟร๊อกมีขนาดใหญ่ ส่วนกบนาพันธ์พื้นเมืองมีขนาดเล็กแต่เนื้อแน่น แข็งแรง ทนต่อโรค ทำให้สามารถเลี้ยงเป็นกบพันธ์เนื้อขายได้ราคาดี หากต้องการให้กบมีขนาดใหญ่ ให้กินอาหารเม็ดกบ แต่ถ้าอยากให้เนื้อแน่นไม่โตมาก จะให้กินอาหารปลาดุก ส่วนการทำให้กบผสมพันธ์กัน ก็ทำง่ายๆ คือฉีดน้ำใส่สังกะสีทำให้เหมือนเสียงฝนตกและใช้แสงแฟลช กล้องถ่ายรูปให้เหมือนฟ้าแลบ จะทำให้กบผสมพันธ์กัน ใน 1 ปี จะขายลูกอ๊อด หรือฮวก ได้ 7 เดือน จากเดือนมีนาคม – ตุลาคม ส่วนฤดูหนาวกบจะจำศีล

นายธนากร กล่าวในตอนท้ายว่า เมื่อเปรียบเทียบระหว่างการไปทำงานที่โรงงาน กับอยู่บ้านเกิด เพื่อทำไร่ ทำนา และเลี้ยงกบ ขายทั้งลูกอ๊อด หรือฮวก และตัวกบแล้ว ตนคิดว่าอยู่ที่บ้านจะดีกว่ามาก บ้านไม่ต้องเช่า ข้าวไม่ต้องซื้อ แถมยังมีเงินเก็บอีกด้วย ทำให้ชีวิตดีขึ้นมาก อีกทั้งยังมีอาหารโปรตีนไว้กินตลอดทั้งปี ดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

งงเลย!! ตัวเงินตัวทองโผล่ตัดหน้ากลางสะพานกรุงเทพ หนุ่มหักหลบเละคาถนน

 เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 5 ส.ค. พ.ต.ท.ชยันต์ เบ็ญจาธิกุล รอง ผกก.จร.สน.บุคคโล ขณะออกปฎิบัติหน้าที่ได้รับแจ้งเหตุรถพุ่งชนแท่งแบริเออร์กั้นแบ่งเส้นทางการจราจรบนสะพานพระราม 3 (สะพานกรุงเทพ 2) ฝั่งมุ่งหน้าลงถนนสมเด็จพระเจ้าตากสินไปดาวคะนอง แขวงดาวคะนอง เขตธนบุรี กทม. ที่เกิดเหตุพบรถบรรทุกสี่ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ รุ่นเอ็นแอลอาร์ สีขาว ทะเบียน บพ 7698 พระนครศรีอยุธยา ดัดแปลงบรรทุกสินค้าสแตนเลส สภาพด้านหน้ารถยุบไปถึงห้องผู้โดยสารชนติดกับตัวแบริเออร์  ทราบชื่อคนขับ คือ นายอรัญ แก่นจันทร์ อายุ 32 ปี เป็นพนักงานขับรถขนสินค้าสแตนเลส ได้รับบาดเจ็บกระดูกคอเคลื่อน ถูกนำส่ง รพ.เจริญกรุงประชารักษ์ ใกล้ที่เกิดเหตุ พบซากตัวเงินตัวทอง ยาวประมาณ 3 เมตร ที่ถูกรถคันอื่นทับตาย โดยทางเจ้าหน้าที่ ช่วยกันนำซากตัวเงินตัวทองออก เกรงว่าจะมีอุบัติเหตุซับซ้อน พ.ต.ท.ชยันต์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุ นายอรัญ คนขับรถได้ขับรถนำสินค้ามาจากโรงงานในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ขับมุ่งหน้าขึ้นสะพานพระราม 3 เมื่อมายังจุดเกิดเหตุได้มีฝนตกลงมา และมีเจ้าตัวเงินตัวทองวิ่งออกมาตัดหน้ารถกระชั้นชิด นายอรัญ จึงหักพวงมาลัยหลบแล้ว ก่อนจะพุ่งชนแท่งแบริเออร์กั้นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนตัวเงินตัวทองแม้จะรอดจากรถของนายอรัญ แต่ก็ถูกรถคันอื่นที่ตามมาทับจนตายคาสะพานดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด