ชมภาพคอนเซ็ป Magic Keyboard แบบใหม่ มาพร้อมจอ OLED แบบสัมผัส

oled-apple-keyboard-01

หลังจากที่ได้มีข่าวลือว่า MacBook Pro จะออกรุ่นใหม่ในงาน WWDC 2016 ที่ผ่านมา แต่เหล่าสาวกก็ต้องผิดหวังไปตาม ๆ กัน เพราะว่าในงานไม่มีการเปิดตัวสินค้าอะไรเลยแม้แต่ตัวเดียว ทำให้คนที่จะซื้อ MacBook Pro ก็ต้องรอกันต่อไป

ซึ่ง MacBook Pro รุ่นใหม่นี้ มีข่าวลือออกมาว่าตรงคีร์บอร์ดจะมีหน้าจอ OLED แบบสัมผัส แทนที่ปุ่มแถว F1 ถึง F12 ทั้งหมด ซึ่งจะแสดงไอคอนต่าง ๆ บนแมค เพื่อให้เข้าแอพได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

และล่าสุดก็มีคนได้ทำภาพคอนเซ็ป Magic Keyboard แบบใหม่ที่มีจอ OLED แบบสัมผัสเหมือนข่าวลือ MacBook Pro รุ่นใหม่นั่นเอง ทำให้เราสามารถใช้ฟีเจอร์นี้ได้บนอุปกรณ์ Mac ทุกเครื่อง เพียงแค่ต่อบลูทูธconcept-apple-macbook-oled-function-keys-wireless-keyboard2ยิ่งไปกว่านั้นหลังแอปเปิลเปิดตัว macOS Sierra ก็ได้มีคนไปแอบดูโค้ด พบว่าแมครุ่นใหม่จะมาพร้อม OLED Touch Bar ตามรูป รวมไปถึง เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือTouch ID และมาพร้อมพพอร์ต USB 3.1concept-apple-macbook-oled-function-keys-wireless-keyboard3ถ้าข่าวลือนี้เป็นจริง ต้องถือว่าเป็นฟีเจอร์นี่น่าใช้มากอีกตัวนึง คือเราไม่จำเป็นต้องใช้ Trackpad หรือเมาส์เลื่อนเปิดแอพอีกต่อไป เราแค่ใช้นิ้วจิ้มรูปแอพบนจอ OLED ได้เลย สะดวกมาก ๆconcept-apple-macbook-oled-function-keys-wireless-keyboard1

ที่มา – 9to5Mac

รวม 5 ปัญหาหลักของปุ่ม Touch ID ที่มักเจอเสมอพร้อมแนะนำวิธีการแก้ไข

ในช่วงที่ผ่านมา ผู้ใช้ Touch ID หลาย ๆ คน หงุดหงิดกับปัญหาระบบไม่ทำงานบ้าง การยืนยันล้มเหลวบ้าง ซึ่งเมื่อสำรวจดูแล้ว พบว่า ปัญหาของ Touch ID นั้น โดยทั่ว ๆ ไปจะมีด้วยกัน 5 เรื่อง

แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ Touch ID กันก่อน Touch ID เป็นชื่อของระบบการยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือ ของโทรศัพท์มือถือรุ่น iPhone 5s, iPhone 6, iPhone 6 Plus รวมทั้ง iPad mini 3, iPad mini 4, iPad Air2 และ iPad Pro นอกจากนี้แอปเปิล ยังได้ติดตั้ง Touch ID รุ่นใหม่ ลงใน iPhone 6s และ iPhone 6s Plus ซึ่งมีประสิทธิภาพการทำงานที่ดีขึ้น แต่ก็ยังคงพบปัญหา

ผู้ใช้ส่วนใหญ่จะทราบดีว่า สามารถจะปลดล็อค iPhone หรือ iPad ได้ด้วยการสัมผัส รวมทั้งยังทำให้ผู้ใช้ ล็อคอิน เข้าไปใน แอพต่าง ๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น Amazon, Lastpass และโปรแกรมอื่น ๆ  Touch ID ยังเชื่อมต่อกับ App Store ทำให้ผู้ใช้สามารถสั่งซื้อแอพต่าง ๆ ได้ด้วยลายนิ้วมือ Touch ID จึงนับว่าเป็นระบบที่มีความสำคัญมาก สำหรับการซื้อสิ่งต่าง ๆ ด้วย Apple Pay

หาก Touch ID ทำงานได้สมบูรณ์แบบ ผู้ใช้ก็จะสามารถปลดล็อค iPhone ซื้อของจาก Amazon หรือจ่ายเงิน App Store ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ต้องมาใส่รหัสผ่านใด ๆ ให้ยุ่งยาก แต่บางครั้งระบบดังกล่าวก็ไม่ทำงาน

หากว่า Touch ID ที่คุณใช้อยู่ เกิดมีปัญหาขึ้น หลังจากที่ได้อัพเดทระบบปฏิบัติการ เป็น iOS 9 หรือเวอร์ชั่นอื่น อย่าง iOS 9.3.2 คุณอาจจะต้องลดเวอร์ชั่นให้ต่ำลง หรืออาจจะอดทนรอจนกว่า iOS เวอร์ชั่นใหม่จะออกมา ซึ่งเชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหานี้ได้ เพราะ iOS จะออกเวอร์ชั่นใหม่ ๆ มาเพื่อแก้ปัญหาของเวอร์ชั่นรุ่นก่อนหน้าอยู่เสมอ

อีกสิ่งหนึ่งที่ควรทราบคือ Touch ID นี้เอง ทำให้ iPhone ถามหารหัสผ่านบ่อย ๆ หากว่าคุณไม่ได้ใช้รหัสเป็นเวลา 6 วัน และไม่ปลดล็อค iPhone ด้วย Touch ID นานถึง 8 ชั่วโมง คุณต้องใส่รหัสผ่าน เพราะนั่นเป็นกฏในการรักษาความปลอดภัยของแอปเปิ้ล

นอกจากข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว ยังมีวิธีการแก้ปัญหาทั่ว ๆ ไปของ Touch ID ซึ่งปัญหาบางอย่าง คุณสามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยตัวเอง ในเวลาเพียงไม่กี่นาที

– เมื่อระบบ Touch ID ล้มเหลว (Touch ID Failures) วิธีแก้ปัญหาที่ง่ายที่สุด คือ ตั้งระบบใหม่ ใส่ลายนิ้วมือใหม่ เพราะในช่วงปีที่ผ่านมา iOS มีการอัพเกรด และได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้น ระบบใหม่ ๆ อาจช่วยแก้ปัญหาการที่ Touch ID ลืมลายนิ้วมือของผู้ใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง iOS ในเวอร์ชั่น 8 ขึ้นไป

นอกจากนี้มีความเป็นไปได้ที่ลายนิ้วมืออาจจะเปลี่ยนไป อย่างเช่น ผิวแห้ง ก็อาจมีผลได้ ขั้นตอนก็คือ ปลดล็อคอุปกรณ์ ตั้งค่า Touch ID ใหม่ แต่ก่อนจะลงมือ ควรทำความสะอาดนิ้ว ระวังฝุ่น เหงื่อ และน้ำมัน ที่ผิวหนัง อาจจะส่งผลต่อการสแกนได้ จากนั้น เข้าไปที่ Setting->Touch ID & Passcode -> Enter Passcode  เมื่อขึ้นหน้าจอใหม่ให้ลบลายนิ้วมือเก่าออก ด้วยการปัดจากขวาไปซ้าย หลังเสร็จกระบวนการนี้ ก็ใส่ลายนิ้วมือใหม่ลงไป


– เมื่อ Touch ID ไม่ทำงาน (Touch ID Not working) ใน App Store เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่พบบ่อย บางครั้งอาจต้องแก้ด้วยการตั้งระบบใหม่เช่นในข้อแรก แต่บางครั้งปัญหาก็อยู่ที่ซอฟต์แวร์ ผู้ใช้ iOS 8.3 บางราย บอกว่า เมื่อเข้าไปใน App Store จะไม่ปรากฏ Touch ID ขึ้นมาเลย

วิธีแก้ให้ไปที่ Setting-> Touch ID & Passcode -> Enter your Passcode จากนั้น ปิด iTune & App Store รีบู๊ตเครื่อง iPhone หรือ iPad ใหม่ จากนั้น กลับไปที่ Touch ID & Passcode ใน Setting และเปิด iTune & App Store ขึ้นมาใหม่ วิธีนี้ อาจช่วยแก้ปัญหา Touch ID ไม่สามารถใช้งานใน App Store ได้ แต่อย่าลืมว่า คุณต้องใส่รหัสผ่าน หากไม่ซื่ออะไรในเวลา 24 ชั่วโมง

– Touch ID ไม่ทำงานเลย ( Touch ID Not Working) ปัญหาอาจจะอยู่ที่ระบบเซนเซอร์ ระบบอาจจะเสีย คุณอาจจะลอง Hard reset ดูเลยก็ได้ แต่ถ้าทำแล้วยังไม่ได้ผล คงต้องส่งเครื่องเข้าศูนย์บริการแล้ว

– Touch ID มีปัญหาช่วงอากาศเย็น แน่นอนว่า ช่วงที่อากาศหนาวเย็น จะพบปัญหาของ Touch ID ได้บ่อย ๆ เพราะสภาพอากาศ ก็มีผลต่อผิวสัมผัส หากคุณเคยตั้งระบบไว้ ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน พอมาถึงหน้าหนาว อาจจะต้องตั้งใหม่ อีกครั้ง

– Touch ID อาจมีปัญหา ถ้านิ้วเปียก หรือสกปรก คุณอาจจะลองเช็ดมือให้สะอาด ก่อนใช้งาน แต่สำหรับ iPhone รุ่นใหม่ ๆ อย่าง iPhone 6s และ iPhone 6 Plus ตัวเซนเซอร์ของ Touch ID จะดีกว่ารุ่นก่อน ๆ มาก สามารถทำงานได้แม้ว่าผู้ใช้จะมือเปียก แต่แน่นอนว่า การทำงานจะไม่สมบูรณ์เต็มที่นัก

ที่มา>>>Sanook

วิธีส่ง iTunes Gifts ให้เพื่อน หรือเป็นของขวัญแก่คนพิเศษ

Send to iTunes Gifts featuredหลังจากที่แอปเปิลได้มีการปรับเปลี่ยนสกุลเงินใน iTunes Store, App Store, และค่าบริการต่าง ๆ ในประเทศไทยทั้งหมดเป็น เงินบาทไทย และแอปเปิลเองก็ได้เพิ่มระบบการส่ง iTunes Gifts ในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

วันนี้ทีมงาน MacThai จึงมาสอนวิธีส่ง iTunes Gifts ง่าย ๆ เพื่อเป็นของขวัญในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันครบรอบต่าง ๆ  สำหรับใครที่คิดไม่ออกว่าจะซื้ออะไรให้ ลองซื้อ iTunes Gifts เป็นของขวัญก็ไม่เลวนะ

iTunes Gifts คืออะไร ?

สำหรับใครที่ยังไม่ทราบว่า iTunes Gifts คืออะไร วันนี้ทีมงานจะมาอธิบายให้ฟัง คือ ก่อนหน้านี้เวลาเราจะซื้อแอพ เพลง เกม หนัง เงินจะต้องตัดผ่านบัตรเครดิตเวลาส่ง Gifts ให้เพื่อนก็จะสามารถส่งเป็นรายแอพ รายเพลงเท่านั้น จึงทำให้ลำบากเวลา ฝากเพื่อนซื้อแอพ เพลง เกม

ซึ่ง iTunes Gifts จะมาช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ โดย iTunes Gifts มันก็คือเครดิตเงิน ทำให้คนรับสามรถซื้อของอะไรก็ได้ใน iTunes, App Store และสมัครบริการต่าง ๆ ซึ่งจะสะดวกกว่าเมื่อก่อนนั่นเอง

การส่ง iTunes Gifts บน iOS

สำหรับการส่ง iTunes Gifts บน iPhone, iPad นั้น ขั้นตอนแรกก็คือ ให้เข้าไปที่แอพ App Store หลังจากนั้นเลื่อนลงมาข้างล่างสุด และก็กดปุ่ม Send Gift

ในหน้าถัดมาให้เรากรอกอีเมลของคนที่จะส่งไปให้ ด้านล่างจะมีให้เลือกจำนวนเงินที่ต้องการส่งไปให้ ซึ่งเราสามารถส่งได้ขั้นต่ำ 300 บาท และสูงสุด 3,500 บาท นอกจากนี้เรายังสามารถพิมพ์ข้อความแนบไปได้สูงสุด 200 ตัวอักษร และเรายังสามารถตั้งเวลาในการส่งได้ด้วย

Send to iTunes Gifts2

ในขั้นตอนต่อมา ก็จะให้เราเลือก Theme หรือรูปสวย ๆ เวลาส่ง iTunes Gifts ไปให้ซึ่งหลายแบบด้วยกัน ให้เลือกอะไรก็ได้ และหน้าสุดท้ายก็จะเป็นหน้ายืนยันการส่งของ iTunes Gifts ถ้าข้อมูลถูกต้องทั้งหมดแล้วก็กด Buy ถือว่าเป็นอันเสร็จ

Send to iTunes Gifts1

การส่ง iTunes Gifts บน OS X

การส่ง iTunes Gifts บน OS X เราสามารถส่งได้บน iTunes โดยเข้าไปที่ iTunes Store หรือ App Store ให้ดูตรง Quick Links ขวามือ ให้กดเข้าไปที่ Send iTunes Gifts

Send to iTunes Gifts5

ถัดมาก็จะเหมือนกับบน iOS แล้ว คือให้เรากรอกอีเมล, ข้อความ, ระบุจำนวนเงินที่ต้องการส่ง และตั้งเวลาในการส่ง iTunes Gifts

Send to iTunes Gifts3

ถัดมาก็ให้เลือก Theme เมื่อเลือกได้แล้วก็กด Next จะมีหน้ายืนยันการส่ง ให้กด Buy ก็ถือเป็นอันเสร็จ

Send to iTunes Gifts6

ที่มา>>>MacThai

 

ล็อตใหม่มาแล้ว !! Apple ปรับเวลาสั่งซื้อ iPhone SE ออนไลน์ ส่งสินค้าภายใน 7-10 วัน

iphone-se-onine-store-now-wait-7-10-day-1

หลังจากที่ขายดีเกินคาดสำหรับ iPhone SE ทำให้สินค้าในช่วงแรกที่เปิดตัวในไทยขายหมดเกลี้ยง จนถ้าไปตามศูนย์ค่ายมือถือต้องรอนานหลายสัปดาห์ รวมถึงช่องทางออนไลน์ด้วยเช่นกัน

แต่ล่าสุดแอปเปิลได้มีการปรับเวลาในการสั่งซื้อ iPhone SE ผ่าน Apple Online Store Thailand แล้ว จากเดิมที่ต้องรอนาน 2-3 สัปดาห์ มาเป็น 7-10 วันก็ได้สินค้าแล้วตอนนี้

iphone-se-onine-store-now-wait-7-10-day-2

นอกจากนี้เครื่อง iPhone SE ตามศูนย์ต่างๆ ที่ลูกค้าสั่งจองไว้ ก็เริ่มมาถึงแล้วเช่นกัน แต่ทั้งนี้การไปซื้อตามช็อปหลายสาขาก็ยังไม่มีสินค้าทันที แนะนำให้ลองตรวจสอบที่ศูนย์อีกที ส่วนถ้าใครที่อยากได้ชัวร์เลยก็แนะนำที่ Apple Online Store มากกว่าครับ

คาดว่าหลังจากนี้จะเริ่มมีสินค้าเพิ่มเข้ามาเรื่อยๆ จนเข้าสู่สภาวะปกติ ใครที่อยากจับจอง iPhone SE ช่วงนี้ก็ถือว่าหาซื้อได้ง่ายขึ้นมาหน่อยแล้วจ้า

ที่มา>>>MacThai

ชมภาพโมเดล 3 มิติ iPhone 7 พร้อมเคส ที่รวมทุกข่าวลือเข้าด้วยกัน

these-iphone-7-renders-are-both-rumor-accurate-and-nice-to-look-at 1หลังจากที่มีข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 7, 7 Plus และอาจจะรวมไปถึง 7 Pro ด้วย ซึ่งมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับสเปค รูปร่าง หน้าตาไอโฟนรุ่นใหม่ที่คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนปีนี้

ไม่ว่าจะเป็น iPhone 7 จะตัดพอร์ตหูฟังทิ้งไป, รุ่น 5.5 นิ้วจะมาพร้อมกล้องหลังคู่, พอร์ต Smart Connector, รูปร่างจะคล้าย iPhone 6s เดิม และเส้นสัญญาณ 2 เส้นด้านหลัง ทั้งบนและล่างจะถูกเอาออกไป ให้เหลือแต่โลโก้แอปเปิลด้านหลังโล่ง ๆthese-iphone-7-renders-are-both-rumor-accurate-and-nice-to-look-at3ซึ่งล่าสุดได้มีคนนำข่าวลือทั้งหมดมายำมัดรวมกัน และทำภาพเรนเดอร์ 3 มิติของ iPhone 7 ออกมาให้ได้ชมกัน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีความใกล้เคียงกับ iPhone 7 ตัวจริงที่สุดthese-iphone-7-renders-are-both-rumor-accurate-and-nice-to-look-at5ถึงแม้ภาพและข่าวลือ iPhone 7 ที่หลุดออกมาทั้งหมด หน้าตาแต่จะไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่นัก แต่สิ่งที่น่าสนใจที่สุดนั่นก็คือ กล้องหลังคู่ และพอร์ต Smart Connector ด้านหลัง แอปเปิลจะนำไปใช้ทำอะไรบ้าง จะมีซอฟต์แวร์เจ๋ง ๆ ที่จะปฏิวัติการถ่ายรูปแบบเดิม ๆ ได้หรือไม่ แล้วพอร์ตด้านล่างจะเอาไว้ใช้ทำอะไร ต้องคอยลุ้นกันต่อไป

these-iphone-7-renders-are-both-rumor-accurate-and-nice-to-look-at4

these-iphone-7-renders-are-both-rumor-accurate-and-nice-to-look-at2

ที่มา – Redmond Pie