ชาวบ้านแห่ตีเลขเด็ด ลูกหมาเกิดใหม่ประหลาดมี 5 ขา เลขที่บ้านเข้าเป้ามาแล้ว

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านกู่ฮ่อใหม่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทองเชียงใหม่ ว่าแม่สุนัขได้เกิดลูกออกมา 5 ตัว มีตัวหนึ่งมี 5 ขา แม่สุนัขก็อายุ 5 ปี ซึ่งเมื่อการออกสลากกินแบ่งงวดก่อน ก็พบว่าสุนัขที่เกิดบ้านนี้เข้ารางวัลที่ 1 ท้าย 3 ตัวมาแล้ว ทำให้ชาวบ้านพากันอือฮาอย่างมากและแห่กันไปดูตีเป็นเลขเด็ดงวดนี้

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าว ทางเจ้าของบ้านได้พาไปดูลูกสุนัขที่มี 5 ขาตัวดังกล่าวเป็นเพศสุนัขเมียที่คลอดจากแม่สุนัขที่ชื่อว่าเจ้าเชอร์รี่ แม่สุนัขวัย 5 ปีที่คลอดลูกออกมาทั้งหมด 5 ตัวเป็นตัวผู้ 2 ตัวตัวเมีย 3 ตัว เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาที่บ้านเลขที่ 201 บ้านกู่ฮ่อใหม่ ต.บ้านหลวง อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของชื่อนางทองพูล ชมพูศรี โดยลูกสุนัขตัวดังกล่าวมีความแปลกประหลาดกว่าสุนัขตัวอื่นตรงที่ขาขวาหน้า มีขางอกออกมาใกล้กับข้อพับขาเป็นลักษณะเหมือนแขนงขาที่งอกออกมาแต่ขาที่งอกออกมาจะมีเล็บที่เท้าเพียง 1 นิ้วต่างจากเท้าอื่น และลูกสุนัขตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่ ทำให้ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บ้านใกล้เรือนเคียงต่างมาชมความประหลาดและความน่ารักของลูกสุนัขตัวนี้201610130903334-20021028190510อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตบ้านเลขที่ของลูกสุนัข 5 ขาตัวดังกล่าวคือเลขที่ 201 ใกล้เคียงกับรางวัลเลขท้าย 3 ตัวงวดที่ 1 ตุลาคม 2559 ที่ผ่านมาซึ่งออก 102 แต่ตัวเลขสลับกัน 2 ตัว ทำให้ชาวบ้านที่มาดูลูกสุนัขตัวดังกล่าวไม่พลาดต่างก็ตีเป็นเลขเด็ดงวดนี้ ไปต่างๆนาๆ ประกอบกับงวดนนี้เลขมงคลมาแรงสุด ชาวบ้านจึงได้นำตัวเลขมาผสมกัน เป็น 559,955 ตามความเชื่อ

จากการสอบถามนางทองพูล ชมพูศรี เจ้าของสุนัข 5 ขาทราบว่า ก่อนหน้านี้เจ้าเชอร์รี่เคยตั้งท้องลูกมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปีที่ผ่านมา แต่ก็แท้ง ลูกไป และปีนี้ได้ตั้งท้องลูกคอกนี้เป็นครั้งที่สองคลอดลูกและเลี้ยงลูกอยู่ที่เพิงหลังอู่ซ่อมรถในบ้าน หลังจากเจ้าเชอร์รี่คลอดลูกออกมาแล้วตนสังเกตว่ามีลูกเจ้าเชอร์รี่ 1 ตัวที่มี 5 ขาดังกล่าวทำให้ชาวบ้านบริเวณใกล้เคียงต่างมาดูความแปลกประหลาดของลูกสุนัขตัวดังกล่าว สำหรับเจ้าเชอร์รีเป็นสุนัข แสนรู้และไม่ดุ แต่เมื่อคลอดลูกจะหวงลูกเป็นธรรมชาติของสัตว์โลกเมื่อลูกคลานออกจากที่นอนก็จะคอยใช้ปากค่อยๆคาบลูกของมันกลับไปนอนที่เดิมเนื่องจากความเป็นห่วงลูกของมัน

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวบ้านผงะ! ศพหนุ่มใหญ่จมโอ่งแดงขึ้นอืด-กลิ่นเน่าโชยถึงหน้าบ้าน

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 10 ต.ค. ร.ต.อ.ชินาธิป บัวเข็ม รองสารวัตร สอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งว่า พบศพผู้เสียชีวิต ในโอ่งแดง ที่บ้านเลขที่ 644 หมู่ 16 บ้านนาดอน ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี จ.อุดรธานี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรีบรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พล.ต.ต.บุญลือ กอบางยาง รองผบช.4,พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รองผบก.ภ.จว.อุดรธานี , พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธุ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี ,พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รองผกก.สส. ,ตำรวจชุดสืบสวน ,แพทย์เวร ร.พ.ศูนย์อุดรธานี และมูลนิธิอุดรส่งเสริมธรรม14678110_1374854612554658_599303804_oที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว มีรั้วรอบขอบชิด พบร่างของนายอภิชาติ ชนาวิโชติ อายุ 40 ปี ชาว ต.ธาตุเชิงชุม อ.เมือง จ.สกลนคร นอนเสียชีวิตอยู่ในโอ่งแดงขนาดใหญ่ บริเวณหน้าบ้านข้างกำแพง ส่งกลิ่นเหม็น ที่ปากโอ่งแดง มีถุงปุ๋ย 2 ถุง และที่ข้างโอ่งแดง มีรองเท้าแตะสีดำ 1 คู่วางอยู่ใกล้กับเก้าอี้ไม้ และก็มีกรรไกร 1 ด้าม วางอยู่ที่พื้น ที่กระถางต้นไม้ใกล้กับโอ่ง แดงล้มลงหลายต้น ที่โรงจอดรถพบรถยนต์กระบะสี่ประตู ยี่ห้อมิซูบิชิ สีดำ จอดอยู่ จากนั้นร.ต.อ.ชินาธิป จึงได้ทำการตรวจสอบภายในบ้าน พบกระเป๋าสตางค์สีดำ อยู่ในห้องนอน ข้างใน มีบัตรประชาชนของผู้ตาย เงินสด 880 บาท บิลค่าไฟและค่าน้ำ ระบุมาส่ง วันที่ 9 ก.ย. 59 และกุญแจรถ วางอยู่โต๊ะในห้องนอน จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน เจ้าหน้าที่ จึงได้นำร่างผู้ตายออกมาจากโอ่งแดง ไว้ที่พื้นด้านล่าง สวมเสื้อยืดสีดำ แขนสั้น นุ่งกางเกงยีนส์ ขายาว สภาพศพ เปื่อยยุ่ย โดยกะโหลกศีรษะไม่พบว่ามีร่องรอยแตก หรือโดนของแข็งทุบแต่อย่างไรก็ตามต้องนำไปชันสูตรศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
14536785_1374854279221358_47890014_oจากการสอบสวน นางบุญยิ่ง วงษาบุตร อายุ 41 ปี ชาวบ้านนาดอน ต.หนองนาคำ อ.เมืองอุดรธานี ให้การว่า ผู้ตายได้มาอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ประมาณ 5 ปี ซึ่งผู้ตายให้ตนมาทำสะอาดที่บริเวณหน้าบ้าน ให้เก็บของเก่าไปขาย ประมาณ 1 เดือน ที่ผ่านมา ผู้ตายจะเก็บตัวอยู่แต่ในบ้านไม่ไปไหน นอกจาก 2-3 วัน ถึงจะออกไปซื้อของใช้ประจำวันหรือของกิน ก่อนหน้านี้ตนไม่เห็นผู้ตายขับรถออกไปซื้อของ เห็นผิดสังเกต อีกทั้งมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากบ้านผู้ตาย ตอนแรกคิดว่าสัตว์ตายหรือน้ำเสียขังทำให้เหม็น จนมาในวันนี้ตนได้ส่องดูบริเวณหน้าบ้านผู้ตาย เห็นประตูรั้วเหล็กล็อคเอาไว้ และรถของผู้ตายจอดอยู่ที่เดิมและสุนัขของผู้ตาย ที่เลี้ยงไว้ มีสภาพผอมโซ เหมือนไม่ได้กินข้าวมานานหลายวัน ตนจึงได้แจ้งผู้ใหญ่บ้าน แล้วพากันเข้าไปข้างในบ้าน เห็นรองเท้าแตะของผู้ตาย วางอยู่ข้างโอ่งแดง จึงได้ไปส่องดูพบว่า นายอภิชาติ ได้เสียชีวิต ในโอ่งแดง ก่อนแจ้งตำรวจมาทำการตรวจสอบดังกล่าว

พ.ต.อ.ชวิศ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบดูบริเวณรอบบ้าน และหลักฐานต่างๆ พร้อมกับสอบพยาน คาดว่า ผู้ตาย อาจจะไปทำความสะอาด ที่โอ่งแดง เกิดหน้ามืดวูบแล้วทำให้ผลัดตกลงไปข้างในโอ่งแดง อีกทั้งผู้ตายอาศัยอยู่บ้านตามลำพังคนเดียว ทำให้ไม่มีใครรู้เห็น เสียชีวิต เป็นระยะเวลานานหลายวัน ที่เพื่อนถึงมาพบศพ แต่ก็ต้องรอผลจากการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้งจากแพทย์ ซึ่งจะได้ประสานไปยังตำรวจ จ.สกลนคร แจ้งไปยังญาติของผู้ตายทราบต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

บุกช่วยสุนัขหลังพบถูกเลี้ยงแออัด 32 ตัว ลุงยันเก็บมาเลี้ยง ไม่เคยเอาไปกินอย่างที่ชาวบ้านนินทา

เมื่อกลางดึกวันที่ 9 ต.ค. 59 พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เลี้ยงสุนัขอย่างแออัดร้องเสียงโหยหวนเป็นที่น่าเวทนาจำนวน 32 ตัวอยู่ภายในบ้านเลขที่ 19/5 หมู่ 12 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ท.มนตรี ภมรพล นยน.ปตอ.พัน1 รอ. ทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่อ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครศูนย์เหยี่ยวเวหาปทุมธานี

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่ 60 ตารางวา ตัวบ้านขนาด 4 x 6 เมตร สภาพภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นจากฉี่และมูลสุนัข มีรั่วกั้น ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ข้างบ้านมีกองขยะกองใหญ่ สภาพรอบบ้านมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีเสียงสุนัขเห่าหอนตลอดเวลา เจ้าของบ้านชื่อนายเจริญชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ไม่ยินยอมให้ตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเจรจากว่า 3 ชั่วโมง โดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ของ คสช.นำโดยทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบภายในบ้านสุนัขเพศเมียจำนวน 22 ตัว และลูกสุนัขเพศผู้จำนวน 4 ตัว และลูกสุนัขเพศเมียจำนวน 3 ตัว รวมมีสุนัข 32 ตัว มีบางตัวบาดเจ็บและป่วย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับสุนัขใส่กรงเพื่อขนย้ายไปที่วัดบ่อทองก่อนที่จะนำสุนัขไปรักษาต่อ

 จากการสอบถามนางกวินทิพย์ ชมธวัช อายุ 49 ปี กล่าวว่า ตนเองพึ่งจะย้ายมาอยู่ จ.ปทุมธานี และพบลุงเจริญชัย ได้เลี้ยงสุนัขจรจัดไว้หลายตัวภายในบ้าน ตนเห็นว่ามีดีกับสุนัขเพราะแออัดเกินไป จึงอยากช่วยเหลือและได้ระดมทุนจากเพื่อนๆ เพื่อที่จะสร้างรั้วรอบบ้านให้ลุง โดยสามารถรวมเงินมาได้จำนวน 40,000 บาท จากนั้นก็นำเงินมาสร้างรั้วให้แล้วเสร็จ แต่ลุงกลับไม่ปล่อยสุนัขออกมาจากบ้านตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่ากลัวถูกคนวางยาสุนัข ต่อมาถูกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อว่า ว่าลุงคนนี้เลี้ยงสุนัขเพื่อที่จะค้าเนื้อสุนัข เมื่อทราบดังนั้น จึงได้ประสานของความช่วยเหลือจากเครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ เพื่อที่จะเข้าแจ้งความและนำมาซึ่งการช่วยเหลือสุนัขออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว

201610100311464-20050222192603ด้านนายพีระบุญ เจริญวัย เครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า เมื่อช่วยสุนัขออกมาแล้วเราจะฉีดวัคซีนให้กับสุนัขทุกตัว ในส่วนตัวที่บาดเจ็บจะพาไปรักษา และจะหาบ้านให้สุนัขอยู่ในลำดับต่อไป ซึ่งเมื่อนำสุนัขออกมาแล้วได้สำรวจดูภายในบ้านเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสิ่งที่ส่อไปในทางทุจริต

ส่วนนายเจริญชัย พวงศรี กล่าวว่า สุนัขที่ตนเองเลี้ยงนั้นตนเองนำมาจากข้างถนนเป็นสุนัขจรจัดทั้งนั้น ส่วนที่ต้องเอามาเลี้ยงไว้ภายในบ้านเพราะว่าเกรงว่าจะมีคนที่ไม่ชอบสุนัขหรือรำคาญจะมาวางยาให้สุนัขตาย ซึ่งตนเองได้เลี้ยงภายในบ้านแบบนี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพียงแต่ที่ผ่านมาจะมีบางคนได้นินทาว่าร้ายตนว่ากินเนื้อสุนัขหรือแม้แต่นำเนื้อสุนัขไปขาย ซึ่งถ้าหากเป็นจริง ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ก็ต้องมาจับตนเองเพื่อดำเนินคดีที่ทารุณสัตว์นานแล้ว ทั้งนี้ตนเองยินดีที่จะให้สุนัขไปเลี้ยงต่อ แต่ที่ไม่ยอมในตอนแรกนั้นเพราะว่าตนเองไม่ไว้ใจว่าจะเอาสุนัขของตนไปทำร้ายหรือเปล่า

ที่มา>>>ข่าวสด

เจ้าตูบใจเด็ด งูเห่าเลื้อยเข้าบ้าน วิ่งเข้าฟัด ต่อสู้จนตัวตาย

วันที่ 6 ก.ย. เจ้าหน้าที่กู้ภัยวังโป่งรวมใจ อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ได้รับแจ้งจากชาวบ้านวังกระดาษ หมู่ 2 ต.ท้ายดง อ.วังโป่ง จ.เพชรบูรณ์ ให้มาจับงูเห่าที่เลื้อยเข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ้านและได้ฉกสุนัขจนเสียชีวิต จึงได้เดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญ เจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าชนแดน –วังโป่ง พบสุนัขเพศผู้ตัวสีดำนอนเสียชีวิตอยู่ใต้ถุนบ้านจากการสอบถามนางดวน สีหะวงษ์ อายุ 74 ปี อยู่บ้านเลขที่ 127 บ้านวังกระดาษ หมู่ 2 ต.ท้ายดง เล่าให้ฟังว่าก่อนเกิดเหตุตนนอนเล่นอยู่ชั้นล่างของบ้าน ได้ยินเสียงสุนัขของตนชื่อว่าไอ้ช้าง ส่งเสียงเห่าเสียงดังตลอดเวลา เมื่อเดินมาดูก็พบเห็นงูเห่าแผ่แม่เบี้ยและต่อสู้กับสุนัขของตนงูเห่าพ่นพิษใส่ตาสุนัขและฉกเข้าที่หัวของสุนัข จากนั้นไม่ถึงครึ่งชั่วโมงสุนัขจองตนก็ทนพิษของงูไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนงูตัวดังกล่าวได้เลื้อยไปอยู่ในกองเศษไม้ในครัวชั้นล่าง จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เชี่ยวชาญได้ช่วยกันรื้อกองเศษไม้ พร้อมนำอุปกรณ์จับงูใช้บ่วงเชือกคล้องที่หัวจับออกมาได้ โดยไม่มีใครได้รับอันตราย วัดความยาวได้ 1.50 เมตร ก่อนจับใส่กระสอบ นำส่งเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าวังโป่ง-ชนแดน เพื่อนำไปปล่อยคือสู่ธรรมชาติต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โหดมาก! คลิปแฉคนจีนจับสุนัขเป็นๆโยนลงหม้อน้ำเดือดต้นจนสุก

 คลิปสะเทือนใจคนรักสัตว์นี้ เผยแพร่โดย  Shanghaiist 中文版  เป็นคลิปที่แสดงให้เห็นกลุ่มคนจีนจับสุนัขเป็นๆ โยนลงไปในถังน้ำที่ต้มเดือดปุดๆ โดยทันทีที่โยนสุนัขลงไป ชาวบ้านก็ช่วยกันปิดฝาเพราะสุนัขดิ้นทุรนทุรายอยู่นานก่อนจะสิ้นใจตาย จากนั้นชายที่โยนสุนัขก็เปิดฝาแล้วใช้ตะขอเกี่ยวสุนัขที่ถูกต้มจนสุกขึ้นมาใส่รถเข็น โดยคลิปนี้มีชาวจีนเข้ามาแสดงความเห็นเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่แสปแช่งคนกลุ่มนี้ที่ทรมานสัตว์

ที่มา>>>ข่าวสด

ขับไม่แข็ง! หนุ่มติดยาบ้าใช้ขวานจี้เก๋งสาวเยอรมัน สุดท้ายถูกจับ

ตำรวจ สภ.สามร้อยยอด ระดมกำลังปิดเส้นทางจับหนุ่มวัย 22 ปี ใช้ขวานจี้ชิงรถยนต์นักท่องเที่ยวสาวชาวเยอรมัน ด้านสาวสบโอกาสกระโดดลงจากรถขอความช่วยเหลือ สุดท้ายโดนจับได้เพราะขับรถไม่แข็ง สารภาพ หวังขายซื้อยาบ้าเสพ

เมื่อวันที่ 18 พ.ค. 59 พ.ต.อ.พนิช อ่วมสอาด ผกก.สภ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมชุดสืบสวน ควบคุมตัว นายชลนที โออิฐ อายุ 22 ปี ผู้ต้องหาจี้ชิงรถยนต์มิตซูบิชิ มิราจ สีเขียวอ่อน ทะเบียน กจ 2807 ประจวบคีรีขันธ์ ของ น.ส.แซนดรา เมียล์เกอ นักท่องเที่ยวชาวเยอรมัน ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ณ จุดเกิดเหตุ ชายหาดทะเลบ้านหนองแขมใหญ่ หมู่ที่ 2 ต.สามร้อยยอด อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์

นายชลนที นำเจ้าหน้าที่ไปชี้จุดเกิดเหตุที่ น.ส.แซนดรา นำสุนัข 3 ตัว มาเล่นน้ำทะเลโดย นายชลนที ใส่หมวกไหมพรมอำพรางใบหน้า จากนั้นใช้ขวานเข้าจี้ น.ส.แซนดรา ขณะที่กำลังขึ้นรถ จากการแอบเข้าไปนั่งที่เบาะหลัง และบังคับให้ น.ส.แซนดรา ขับรถออกจากที่เกิดเหตุไปตามถนนลาดยางสายชายทะเลสามร้อยยอด-หนองแขมใหญ่ เมื่อถึงเส้นทางเปลี่ยว บังคับให้จอดรถแล้วไปนั่งด้านหลัง จากนั้น นายชลนที เปลี่ยนมาเป็นคนขับไปตามถนน รพช.สามร้อยยอด-ปราณบุรี แต่เนื่องจากขับรถไม่เก่งจึงขับได้ไม่เร็ว และขณะที่ผ่านชุมชน น.ส.แซนดรา เปิดประตูรถและกระโดดลง จึงพยายามขับรถต่อไปกระทั่งถูกตำรวจปิดเส้นทางและจับกุมตำรวจ สภ.สามร้อยยอด แถลงจับหนุ่ม ใช้ขวานจี้เก๋ง สาวเยอรมันสุดท้ายสารภาพจะนำเงินไปซื้อยาบ้า

ทั้งนี้ หลังจับกุม พล.ต.ต.กษณะ แจ่มสว่าง ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมทำการสอบสวน ซึ่ง นายชลนที รับสารภาพว่าคิดที่จะจี้เอารถยนต์ไปขาย นำเงินซื้อยาบ้าเสพ

ด้าน น.ส.แซนดรา เปิดเผยว่า เดินทางมาหาแฟนหนุ่มที่ทำงานอยู่ใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเช่าที่พักไว้ 1 เดือน ก่อนเกิดเหตุนำสุนัข 3 ตัวของแฟนไปเล่นน้ำทะเล ขณะกลับขึ้นรถพร้อมสุนัข ชายคนดังกล่าวเอาอาวุธมาจี้และบังคับให้ขับรถออกไป โชคดีที่ต่อมาตัดสินใจเปิดประตูกระโดดออกมา และขอให้ชาวบ้านช่วยจนตำรวจจับกุมตัวได้ ต้องขอบคุณตำรวจไทยที่ทำงานได้ไว พร้อมทั้งได้ของคืนทั้งหมด

ขณะที่ ผกก.สภ.สามร้อยยอด กล่าวว่า หลังรับแจ้งจากชาวบ้านได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ปิดเส้นทางถนนสาย รพช.บ่อนอก-ปราณบุรี เพราะจะทำให้ไม่สามารถออกนอกพื้นที่ได้ ใช้รถสายตรวจวิ่งตรวจสอบบนเส้นทาง พร้อมวิทยุประสาน สภ.ปราณบุรี สภ.กุยบุรี สกัดจับคนร้าย จน กระทั่งเวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที สายตรวจรถยนต์คันดังกล่าวจึงเข้าหยุด และควบคุมตัวไว้ได้.

ที่มา>>>Thairath

ช่วยเอาไปเลี้ยงที!! หมาวัดยกพวกกัดลูกหมูตาย 26 ตัว ไม่รวมเป็ดไก่โดนขย้ำ

ภาพจาก นายขวัญชัย จอมสวรรค์ นอภ.เวียงเชียงรุ้ง

ไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้านบ่อยมาก ต้องประกาศหาผู้ใจบุญ ช่วยรับหมาวัดร่องหวาย ในอ.เชียงรุ้ง จ.เชียงราย ไปเลี้ยง หลังล่าสุดยกพวกไปกัดลูกหมูในคอกตายไป 26 ตัว เกือบหมดเล้า จนเจ้าของโอดครวญไม่รู้ทำยังไง ครั้งที่แล้วเป็ดไก่ ก็โดนขย้ำตายไปกว่า 100 ตัว…เมื่อวันที่ 17 เม.ย.59 นายอนันต์ สมุทรารินทร์ นายอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากนายขวัญชัย จอมสวรรค์ อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 441 บ้านร่องหวาย ม.11 ต.ดงมหาวัน ว่า เมื่อกลางดึกวันที่ 16 เม.ย. ได้มีสุนัขไม่ทราบเจ้าของ เข้าไปกัดลูกหมูอายุ 2 เดือนที่ซื้อมาเลี้ยงไว้ในคอกตายไป 26 ตัว จากทั้งหมด 31 ตัว เสียหายกว่า 100,000 บาท โดยนายขวัญชัย สงสัยว่าจะเป็นสุนัขของวัดร่องหวาย ที่อยู่ห่างกันไม่มาก เจ้าหน้าที่จึงร่วมกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และตำรวจ สภ.เวียงเชียงรุ้ง ไปตรวจสอบที่วัดร่องหาย ได้พบสุนัข 4 ตัว มีรอยคราบเลือดเปรอะเปื้อนที่ปากและตามลำตัว มีคราบและกลิ่นขี้หมูติดตัวทั้งนี้ เมื่อผู้เสียหาย ทราบว่าเป็นสุนัขจรจัดของชาวบ้านที่มาทิ้งไว้ในวัด เข้ามากัดหมูของตนเองตายเกือบยกเล้า จึงไม่ติดใจเอาความ แต่โอดครวญว่าก่อนหน้านี้ ได้มีสุนัขจรจัดเข้ามากัดเป็ดและไก่ที่เลี้ยงไว้ตายมาหลายครั้ง รวมกว่า 100 ตัว และจากปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีการประชุมกรรมการวัดร่องหวาย เพื่อหาทางป้องกันไม่ให้สุนัขไปกัดสัตว์เลี้ยงชาวบ้าน โดยเฉพาะจะต้องเร่งฉีดโรคพิษสุนัขบ้า หรือประกาศหาผู้มีใจบุญช่วยรับสุนัขไปเลี้ยง แบ่งเบาภาระทางวัดและเพื่อไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้านต่อไป.

ที่มา>>>Thairath