บุกช่วยสุนัขหลังพบถูกเลี้ยงแออัด 32 ตัว ลุงยันเก็บมาเลี้ยง ไม่เคยเอาไปกินอย่างที่ชาวบ้านนินทา

เมื่อกลางดึกวันที่ 9 ต.ค. 59 พ.ต.ท.ปัญญา เหล็กดี สารวัตรสอบสวน สภ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งว่ามีผู้เลี้ยงสุนัขอย่างแออัดร้องเสียงโหยหวนเป็นที่น่าเวทนาจำนวน 32 ตัวอยู่ภายในบ้านเลขที่ 19/5 หมู่ 12 ต.ระแหง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบพร้อม ร.ท.มนตรี ภมรพล นยน.ปตอ.พัน1 รอ. ทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่อ.ลาดหลุมแก้ว และอาสาสมัครศูนย์เหยี่ยวเวหาปทุมธานี

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึงบ้านหลังดังกล่าว พบเป็นบ้านชั้นเดียวบนพื้นที่ 60 ตารางวา ตัวบ้านขนาด 4 x 6 เมตร สภาพภายในบ้านมีกลิ่นเหม็นจากฉี่และมูลสุนัข มีรั่วกั้น ไม่มีไฟฟ้าและน้ำประปา ข้างบ้านมีกองขยะกองใหญ่ สภาพรอบบ้านมีกลิ่นเหม็นรุนแรงและมีเสียงสุนัขเห่าหอนตลอดเวลา เจ้าของบ้านชื่อนายเจริญชัย พวงศรี อายุ 65 ปี ไม่ยินยอมให้ตรวจค้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาในการเจรจากว่า 3 ชั่วโมง โดยอาศัยอำนาจตาม ม.44 ของ คสช.นำโดยทหารชุดรักษาความสงบในพื้นที่ อ.ลาดหลุมแก้ว ได้เข้าตรวจค้นภายในบ้านหลังดังกล่าว พบภายในบ้านสุนัขเพศเมียจำนวน 22 ตัว และลูกสุนัขเพศผู้จำนวน 4 ตัว และลูกสุนัขเพศเมียจำนวน 3 ตัว รวมมีสุนัข 32 ตัว มีบางตัวบาดเจ็บและป่วย เจ้าหน้าที่จึงช่วยกันจับสุนัขใส่กรงเพื่อขนย้ายไปที่วัดบ่อทองก่อนที่จะนำสุนัขไปรักษาต่อ

 จากการสอบถามนางกวินทิพย์ ชมธวัช อายุ 49 ปี กล่าวว่า ตนเองพึ่งจะย้ายมาอยู่ จ.ปทุมธานี และพบลุงเจริญชัย ได้เลี้ยงสุนัขจรจัดไว้หลายตัวภายในบ้าน ตนเห็นว่ามีดีกับสุนัขเพราะแออัดเกินไป จึงอยากช่วยเหลือและได้ระดมทุนจากเพื่อนๆ เพื่อที่จะสร้างรั้วรอบบ้านให้ลุง โดยสามารถรวมเงินมาได้จำนวน 40,000 บาท จากนั้นก็นำเงินมาสร้างรั้วให้แล้วเสร็จ แต่ลุงกลับไม่ปล่อยสุนัขออกมาจากบ้านตามที่ตกลงกันไว้ โดยอ้างว่ากลัวถูกคนวางยาสุนัข ต่อมาถูกชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงต่อว่า ว่าลุงคนนี้เลี้ยงสุนัขเพื่อที่จะค้าเนื้อสุนัข เมื่อทราบดังนั้น จึงได้ประสานของความช่วยเหลือจากเครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ เพื่อที่จะเข้าแจ้งความและนำมาซึ่งการช่วยเหลือสุนัขออกมาจากบ้านหลังดังกล่าว

201610100311464-20050222192603ด้านนายพีระบุญ เจริญวัย เครือข่ายวอทช์ด็อก ไทยแลนด์ กล่าวว่า เมื่อช่วยสุนัขออกมาแล้วเราจะฉีดวัคซีนให้กับสุนัขทุกตัว ในส่วนตัวที่บาดเจ็บจะพาไปรักษา และจะหาบ้านให้สุนัขอยู่ในลำดับต่อไป ซึ่งเมื่อนำสุนัขออกมาแล้วได้สำรวจดูภายในบ้านเบื้องต้นยังไม่พบว่ามีสิ่งที่ส่อไปในทางทุจริต

ส่วนนายเจริญชัย พวงศรี กล่าวว่า สุนัขที่ตนเองเลี้ยงนั้นตนเองนำมาจากข้างถนนเป็นสุนัขจรจัดทั้งนั้น ส่วนที่ต้องเอามาเลี้ยงไว้ภายในบ้านเพราะว่าเกรงว่าจะมีคนที่ไม่ชอบสุนัขหรือรำคาญจะมาวางยาให้สุนัขตาย ซึ่งตนเองได้เลี้ยงภายในบ้านแบบนี้มากว่า 10 ปี ไม่เคยมีปัญหาอะไร เพียงแต่ที่ผ่านมาจะมีบางคนได้นินทาว่าร้ายตนว่ากินเนื้อสุนัขหรือแม้แต่นำเนื้อสุนัขไปขาย ซึ่งถ้าหากเป็นจริง ตำรวจ สภ.ลาดหลุมแก้ว ก็ต้องมาจับตนเองเพื่อดำเนินคดีที่ทารุณสัตว์นานแล้ว ทั้งนี้ตนเองยินดีที่จะให้สุนัขไปเลี้ยงต่อ แต่ที่ไม่ยอมในตอนแรกนั้นเพราะว่าตนเองไม่ไว้ใจว่าจะเอาสุนัขของตนไปทำร้ายหรือเปล่า

ที่มา>>>ข่าวสด

วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงแสนรักจาก “พิษสุนัขบ้า”

วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงแสนรักจาก “พิษสุนัขบ้า”

หน้าร้อนทุกปี มักหนีไม่พ้น “โรคพิษสุนัขบ้า” ทุกทีนะคะ คนร้อนยังคลุ้มคลั่งได้ นับประสาอะไรกับสัตว์เลี้ยงในบ้าน แต่อาการคลุ้มคลั่งของหมาแมวไม่ได้ควบคุมได้เหมือนมนุษย์เนี่ยสิ เพราะเป็นอาการผิดปกติของร่างกายจริงจัง จนถึงขั้นเสียชีวิตทั้งสัตว์เลี้ยง ทั้งเจ้าของได้เลยทีเดียว

หลายคนอาจสงสัยว่า สัตว์เลี้ยงของเรา หรือแม้กระทั่งหมาแมวแถวบ้านที่เคยเล่น เคยให้อาหารกันอยู่ดีๆ จะมีโอกาสแว้งมากัดเราอย่างไม่ทราบสาเหตุได้ไหม ต้องขอบอกว่า “ได้” ค่ะ หากหมาแมวเหล่านั้นเป็นติดเชื้อสุนัขบ้าBeagle-dog-03-07-10-04วิธีสังเกตสัตว์เลี้ยงจาก “พิษสุนัขบ้า”

1. สัตว์เลี้ยงมีอุปนิสัยแตกต่างไปจากเดิม จากที่เคยเล่นคลุกคลีกับเจ้าของ อาจจะค่อยๆ แยกตัวออกไป

2. ขี้หงุดหงิด หรือตื่นกลัวกับเจ้าของ หรือผู้คนที่เข้ามาใกล้ชิด จากที่เคยคุ้นชินกับมนุษย์

3. กัดสิ่งแปลกปลอมต่างๆ อย่างรุนแรง

4. วิ่งไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมาย

5. แสดงอาการดุร้าย กัด เห่า ไม่เลือกหน้า

6. หากจับใส่กรง จะกัดกรงจนปากเป็นแผล มีฟันหัก เลือดไหล แต่ไม่แสดงอาการเจ็บปวด

7. เสียงเห่าหอนผิดปกติ เนื่องจากกล้ามเนื้อกล่องเสียงเป็นอัมพาต

8. ลิ้นห้อย น้ำลายไหล เพราะกล้ามเนื้อที่ควบคุมการเคี้ยว หรือกลืนเป็นอัมพาต

9. สัตว์เลี้ยงทำท่าทางเหมือนพยายามจะขย้อน หรืออาเจียน คล้ายกับมีสิ่งแปลกปลอมติดคอ

ระยะเวลาที่สัตว์เลี้ยงแสดงอาการ

1-7 วัน ก่อนจะเข้าสู่ช่วงอัมพาต ล้มแล้วลุกไม่ได้ และจะตายในเวลาต่อมา

เมีย1.1หากเราถูกหมาแมวที่บ้านกัด เมื่อไรที่เราควรไปพบแพทย์ 

1. หากโดนงับๆ เล็มๆ ไม่เกิดแผล – ไม่ต้องพบแพทย์

2. หากกัด หรือข่วนจนเป็นรอยถลอก – ต้องพบแพทย์ เพื่อให้วัคซีน

3. หากกัดจนมีแผลชัดเจน เลือดไหล – ต้องพบแพทย์ เพื่อให้วัคซีน และRIG (Rabies Immunoglobulin) เพื่อป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า

หากสัตว์เลี้ยงที่กัด ได้รับการดูแลจากเจ้าของเป็นอย่างดี ได้รับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าอย่างสม่ำเสมอ เราอาจจะไม่ต้องฉีดวัคซีน แต่หากเป็นสัตว์เลี้ยง สัตว์ที่ไม่มีเจ้าของ ไม่เคยได้รับวัคซีน หรือได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าไม่สม่ำเสมอ แล้วพบว่าสัตว์เลี้ยงหายไป หรือเสียชีวิตภายใน 10 วันหลังจากที่กัดเรา สันนิษฐานได้เลยว่า เรากำลังถูกสัตว์ที่เป็นโรคพิษสุนัขบ้ากัดเข้าให้แล้วล่ะ พบแพทย์ด่วนๆ

เพราะฉะนั้น ใครเลี้ยงน้องหมาน้องแมวอยู่ อย่าลืมพาไปรับวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้านะคะ แต่หากเป็นสุนัขหรือแมวจรจัด ทีนี้ก็ต้องตัวใครตัวมัน คอยสังเกตอาการของพวกเขาให้ดี ถ้าใจดีจะพาไปรับวัคซีนบ้างก็ได้ แล้วแต่สะดวกเลยค่ะ

ที่มา>>>ข่าวสด