แชร์ว่อนคลิปเมียหลวงบุกจับกิ๊กสาวกับผัว ชาวเน็ตเสียงแตก “เรื่องจริง”หรือ”จัดฉาก”?

เป็นคลิปที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลอย่างกว้างขวาง เมื่อเพจ แฟนเก่านิสัยไม่ดี ได้โพสต์คลิปเหตุการณ์ซึ่งอ้างว่าเป็นเมียหลวงซ้อนจยย.รับจ้างตามจนเจอผัวจอดรถเก๋งคัมรี่อยู่กับกิ๊กสาวที่ลานจอดรถห้างแห่งหนึ่ง โดยเมียหลวงเข้าไปเคาะกระจกเรียกสาวที่นั่งในรถให้เปิดประตู แล้วถามว่า “มึงไปไหนกับผัวกูมา” จากนั้นกระชากกระเป๋นเทดู พบถุงยางอนามัย และยาปลุกเซ็กซ์ ก่อนที่ฝ่ายชายจะเดินมาถึงแล้วขับรถออกไปทันที

อย่างไรก็ตาม หลังคลิปนี้เผยแพร่ออกมา มีคนเข้ามาแสดงความเห็นคับคั่ง โดยมีทั้งเห็นใจเมียหลวงในคลิปที่เจอเรื่องแบบนี้ แต่ส่วนใหญ่เห็นว่าอาจเป็นคลิปโปรโมทอะไรหรือไม่ เพราะลักษณะดูแล้วเหมือนการถ่ายทำ จัดฉาก

ที่มา:ข่าวสด

สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เสยท้ายโครม!! เก๋งมุดใต้รถบรรทุกพังยับเยิน สองหนุ่มติดคาซาก

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2560 พ.ต.ท.บรรจง หนูหว้า สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ บริเวณถนปทุมธานี-ติวานนท์ แยกไฟแดงวัดไพร่ฟ้า หมู่ 5 ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูกำลังใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3 กฆ 6592 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยินส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายภูวดล ไผ่แก้ว อายุ 34 ปี คนขับรถเก๋งได้รับบาดเจ็บสาหัส รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี และ นายณัฐพล วงษ์อามาตย์ อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลปทุมเวชใกล้กันพบรถบรรทุกเทรลเลอร์ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-7831 ปทุมธานี ตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-7709 ปทุมธานี กำลังเข้าโค้งเพื่อจะกลับรถ ถูกรถเก๋งชนที่ท้ายรถด้านขวาได้รับความเสียหาย ส่วนคนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ทราบชื่อ คือ นายธนู หนูแย้ม อายุ 54 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จากการสอบถามนายธนู บอกว่า ตนเองขับรถบรรทุกมาจาก จังหวัดราชบุรี และกำลังจะกลับรถเข้าอู่บริเวณแยกไฟแดงวัดไพร่ฟ้า จากนั้นตนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรมาชนที่ท้ายรถจึงลงมาดู พบว่ามีรถเก๋งขับพุ่งชนที่ท้ายรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายติดอยู่ ภายในรถเก๋งคันดังกล่าว ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้นำตัวนายธนู ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองปทุมธานี และจะได้สอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด

ที่มา>>>ข่าวสด

ฝ่ายความมั่นคงสงขลาแจ้งเตือน “เก๋งซิวิค-แอคคอร์ด” พบเคลื่อนไหว หวั่นคาร์บอมบ์

วันที่ 9 ต.ค. รายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงใน จ.สงขลา แจ้งเตือนว่ารถเก๋งฮอนด้า แอคคอร์ดสีดำ หมายเลขทะเบียน วฐ 1563 กรุงเทพมหานคร ให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยให้เฝ้าระวังและจับเป็นพิเศษ เพราะอาจเป็นรถที่ประกอบเป็นคาร์บอมบ์เข้ามาก่อเหตุในพื้นที่ จ.สงขลา โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ ซึ่งมีการเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยรถเก๋งคันนี้ถูกใช้เป็นรถที่รับส่งกลุ่มผู้ก่อเหตุความไม่สงบในพื้นที่ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนบน วันที่ 10-13 ส.ค. และยังมีรถต้องสงสัยที่ต้องเฝ้าระวังอีก 1 คัน คือรถเก๋งฮอนด้าซิวิค และพบความเคลื่อนไหวของกลุ่มแกนนำเข้ามาประชุม คาดว่าอาจมีการเตรียมก่อเหตุครั้งใหญ่ทั้งใน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้201610092313272-20041020085649รายงานข่าวว่าบรรยากาศที่ อ.หาดใหญ่ ได้มีการตรวจเข้มบริเวณด่านตรวจด้านความมั่นคงเส้นทางขาเข้าเมืองหาดใหญ่ทั้ง 3 จุด เพื่อเฝ้าระวังรถที่มีการแจ้งเตือน ให้ตั้งด่านตรวจเคลื่อนที่ในเส้นทางเลี่ยงเมืองและเส้นทางลัดทุกแห่ง จัดสายตรวจเดินเท้าและเคลื่อนที่เร็วเฝ้าระวังพื้นที่ใจกลางเมืองหาดใหญ่ตลอด 24 ชั่วโมง201610092313274-20041020085649ภาคเอกชนในนามของคณะทำงานหาดใหญ่มั่นคงโมเดล ได้มีการระดมทุนผ่านสื่อสังคมออนไลน์จากผู้ประกอบการใน อ.หาดใหญ่ เพื่อร่วมกันสนับสนุนเงินรางวัลนำจับรถเป้าหมาย ตามที่ได้มีการแจ้งเตือนให้กับผู้ที่แจ้งเบาะแส ขณะนี้มีการสนับสนุนเงินเข้ามาแล้วกว่า 1.5 แสนบาท และยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกฝ่ายช่วยกันเฝ้าระวังเพราะเหตุระเบิด เมื่อมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นในเมืองหาดใหญ่แต่ละครั้ง สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจการค้าการท่องเที่ยวของเมืองหาดใหญ่ทั้งระบบไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ที่มา>>>ข่าวสด

งงเลย!! เก๋งซิ่งตกคลองพังยับ ตร.เข้าไปช่วย หนุ่มเปิดรถวิ่งหนี

วันที่ 24 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 23 ส.ค. ที่ผ่านมา ร.ต.อ.ธนกร ฐิติธาภาภัค ร้อยเวรสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งเสียหลักตกคลองบริเวณถนนรังสิต-นครนายก ขาเข้ารังสิตใกล้สะพานแดง ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครรังสิต ที่เกิดเหตุพบรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้า หมายเลขทะเบียน ษว 317 กรุงเทพมหานคร สภาพรถพังเสียหาย กันชนหน้าหลุด ส่วนคนขับ หลังจากรถตกลงไปข้างคลอง ได้เปิดประตูรถและวิ่งขึ้นสะพานแดงข้ามคลองหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรและเจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครรังสิตวิ่งตามไป และสามารถจับกุมตัวไว้ได้ ทราบชื่อ คือ นายปริพัฒน์ พิศวงษ์ อายุ 29 ปี อยู่ ม.5 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เจ้าหน้าที่กู้ชีพเทศบาลนครรังสิต จึงปฐมพยาบาลเบื้องต้น และยังมีเหล็กข้างทางถูกชนได้รับความเสียหายด้วย จากการสอบถามนายปริพัฒน์ พิศวงษ์ อายุ 29 ปี คนขับบอกว่า ตนเองทำงานเป็นช่างแอร์ ก่อนเกิดเหตุตนเองได้ไปดื่มสุราที่บ้านเพื่อนย่านคลองสาม และกำลังจะไปเที่ยวต่อย่านสะพานใหม่ เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งตกลงไปในคลอง ส่วนที่ตนเองวิ่งหนีนั้น เพราะว่าตกใจและรถคันนี้เป็นรถของเพื่อนที่ตนเองยืมมาด้วย  ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้ว จึงได้นำตัวไปสอบสวนต่อที่ สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์อีกครั้งหนึ่ง

ที่มา>>>ข่าวสด

โกงความตาย! รถบัสพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเละ สาวยืนรออยู่…รอดปาฏิหาริย์ (คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียนำเสนอภาพกล้องวงจรปิดวินาทีเฉียดตาย ขณะที่รถเมล์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน และเฉียดผู้หญิงที่รอป้ายเพียงนิดเดียว โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในเมืองนิจนีนอฟโกรอดของรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ข่าวระบุว่า รถเมล์คันดังกล่าวยังวิ่งไปชนรถเก๋งที่จอดรถสัญญาณไฟข้างหน้า จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย โดย 1 ราย เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

จับ 2 ผู้ต้องสงสัยยิงโต๊ะอิหม่ามภูเก็ตคาเก๋ง หลังจยย.ล้มหนีมารักษาตัวที่รพ.

จากกรณีคนร้ายยิง นายวีระชาติ คะหะปะนะ หรือ โต๊ะอิหม่ามดำ อายุ 50 ปี โต๊ะอิหม่ามมัสยิดบ้างบางแป ต.ป่าคลอก อ.ถลาง จ.ภูเก็ต และเป็นคณะกรรมการอิสลาม จ.ภูเก็ต ขณะขับรถเก๋งกลับบ้านพักภายในซอยเกาะแก้ว 24 หมู่ 4 ถ.เทพกระษัตรี ต.เกาะแก้ว อ.เมืองได้รับบาดเจ็บ โดยสายตรวจได้นำตัวส่ง รพ.วชิระภูเก็ต เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 4 ส.ค. ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันคนร้าย 2 คนซึ่งถูกรถของนายวีระชาติพุ่งชนชนได้รับบาดเจ็บวิ่งหลบหนีและขโมยรถจยย.ชาวบ้านขับหลบหนีไป ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ส.ค. พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสน์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ได้รับรายงานจากห้องฉุกเฉิน รพ.วชิระภูเก็ต ว่ามีชายฉกรรจ์ 2 คนได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุรถล้มเข้ารักษาตัวที่รพ.ถลาง และถูกนำตัวส่งต่อมารักษาตัว ซึ่งทั้งคู่มีท่าทางพิรุธและต้องสงสัยอาจเกี่ยวข้องกับเหตุยิงนายวีระชาติ คะหะปะนะ หรือ โต๊ะอิหม่ามดำ อายุ 50 ปี บาดเจ็บ

หลังรับแจ้งจึงนำกำลังชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ตและชุดสืบสวน สภ.เมืองภูเก็ตเข้าตรวจสอบผู้บาดเจ็บ เบื้องต้นพบชายฉกรรจ์ทั้ง 2 คนมีบาดแผลตามร่างกายหลายจุด เนื่องจากรถจักรยานยนต์ล้ม ทราบชื่อคือ นายวิสิทธิ์ ยกย่อง อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาเดิมคน จ.ภูเก็ต และนายธนชัย ชูทอง อายุ 24 ปี ภูมิลำเนาเดิม จ.ตรัง จึงอายัดตัวพร้อมกับจัดกำลังสายตรวจเฝ้าเวรยามดูแล เพื่อป้องกันการหลบหนีขณะนอนรักษาตัว จนกว่าแพทย์จะอนุญาตให้ออกจาก รพ.พร้อมกับให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เข้าสอบปากคำบุคคลต้องสงสัยทั้ง 2 เพื่อสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงและสาเหตุที่เกิดขึ้นต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นาทีชีวิต! ชาวบ้านจับมือดึงร่างหญิงสาวออกจากรถกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก (คลิป)

14700357311470041779l

 เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ ของอังกฤษเผยแพร่คลิปวิดีโอนาทีระทึกขณะที่ชาวบ้านจับมือต่อกันเพื่อดึงผู้หญิงที่ติดแหง็กอยู่ภายในรถเก๋งท่ามกลางกระแสน้ำมหาศาลในเมืองเอลลีคอตต์ซิตี รัฐแมรีแลนด์ ทางตะวันออกของสหรัฐอเมริกา

ข่าวระบุว่า พายุฝนฟ้าคะนองถาโถมในรัฐแมรีแลนด์ตั้งแต่วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา จนกระทั่งน้ำท่วมไหลบ่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และชาวบ้าน 120 คน จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่รอด! ตร.เชียงใหม่รวบเครือข่ายยาเสพติด จับถอดกางเกงซุกเฮโรอีนเพียบ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พ.ต.อ.ศักดิ์ศ ยะปาละ ผกก.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นำชุดปฏิบัติการออกไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ภายหลังรับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชนเผ่าพูดไม่ชัดขับรถเก๋งและซุกซ่อนเฮโรอีนตามร่างกาย โดยนำยาเสพติดใส่ถุงพลาสติกและใช้เทปใสพันทับกับขาและแข้ง ก่อนสวมกางเกงทับอีกชั้น ต่อมาตำรวจได้ตั้งด่านสกัดจับที่บ้านปางมะกง ใกล้ด่านแก๋งปันเต้า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว พบรถเก๋งสีเทาดำคันที่สายแจ้ง หมายเลขทะเบียน ขย 9636 เชียงใหม่ มีนายทศพล แซ่ติง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เป็นคนขับ จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น โดยให้ถอดกางเกงขายาวออก พบมีการใช้เทปปิดถุงที่บรรจุเฮโรอีนที่ขาและแข้งทั้งสองข้าง โดยนำมาชั่งได้น้ำหนัก 166.67 กรัม คิดเป็นเงินหลายแสนบาท ผู้ต้องหารับสารภาพว่า จะนำไปส่งขายให้ผู้ที่สั่งซื้อที่ อ.พร้าว จึงนำตัวมาตรวจสารเสพติดพบว่า เสพสารเสพติดประเภทมอร์ฟีนและมีสารเสพติดในร่างกาย  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีข้อหา 1.ขับรถโดยเสพยาเสพติดในร่างกาย 2.มียาเสพติดประเภทเฮโรอีนในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ 3.เสพสารเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด

เบรกทำไม ปิกอัพหยุดกึกกลางมอเตอร์เวย์! ทำชนระเนระนาด 3 คัน

หนุ่ม 47 สุดงง เมื่อจู่ๆ รถปิกอัพที่ขับอยู่ด้านหน้าเบรกหยุดบนเลนขวากลางถนนมอเตอร์เวย์โดยไม่ทราบสาเหตุ ทำให้รถที่ตามมาต้องเบรกตาม ก่อนจะมีรถเก๋งที่ขับด้วยความเร็วเฉี่ยวชนกับรถเก๋งอีกคันเสียหลักมาชนท้ายรวม 3 คัน บาดเจ็บ 1 คน…

วันที่ 5 พ.ค.59 พ.ต.ท.สุวิจักขณ์ มีแย้ม รอง ผกก.(สอบสวน) สทล.1 กก.8 จุดพักรถเขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา พร้อมหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา ไปตรวจสอบเหตุรถชนกันหลายคัน บนถนนมอเตอร์เวย์ กม.45-46 ขาเข้าชลบุรี หมู่ 5 ต.ท่าสะอ้าน

พบ รถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์-เทา ทะเบียน สฬ 2246 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าและหลังพังเสียหาย ในรถมีนายซาการียา ดะแซ อายุ 36 ปี คนขับ กับลูกสาววัย 6 ขวบ และ น.ส.สุภักษร วงศ์แดง อายุ 35 ปี ภรรยาได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจุฬารัตน์ 11 ใกล้กันพบ รถกระบะ โตโยต้า วีโก้ สีดำ ทะเบียน ตศ 2797 กรุงเทพมหานคร ด้านหน้าและหลังพังจอดอยู่เลนขวา มีนายสำเนียง ตะนัยสี อายุ 47 ปี เป็นคนขับ ห่างไปเกือบ 100 เมตรพบ รถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน กบ 924 สระบุรี จอดอยู่ไหล่ทาง ด้านข้างฝั่งซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน มีนายศุภชัย เพ็ชรอยู่ อายุ 31 ปี เป็นคนขับสอบสวนนายสำเนียงให้การว่าขณะที่ขับรถมุ่งหน้าชลบุรีอยู่เลนขวา จู่ๆ รถกระบะที่ขับอยู่ด้านหน้า ได้เบรกหยุดรถโดยไม่ทราบสาเหตุหยุดอยู่กลางถนน ทำให้ตัวเองต้องเบรกตาม พร้อมกับรถที่ขับตามกันมา แต่รถเก๋งของนายซาการียาที่ขับมาด้วยความเร็วได้เฉี่ยวชนรถเก๋งของนายศุภชัยก่อนจะเสียหลักมาชนท้ายรถตนเต็มแรง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว ส่วนรถกระบะคันต้นเหตุ หลังเกิดเหตุ ได้เร่งเครื่องขับหนีไป.

ที่มา>>>Thairath

ผมไม่ใช่คนเลวร้าย! มือปาหินน้อยใจถูกประณาม ยันโดนด่าให้ไปตาย

มือปาหินใส่รถเก๋งพ่อแม่ลูกชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่ภูเก็ต วอนสังคมอย่าประณาม ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ สารภาพบันดาลโทสะ ทั้งถูกปาดหน้า ตะโกนด่าให้ไปตาย และไม่รู้ว่าในรถมีเด็ก ชี้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนน…

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณ ถ.เทพกระษัตรี ตรงข้ามซอยแหลมหิน ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้ต้องหาคือ นายอนุชา ยีมูดา อายุ 20 ปี ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้รถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินส่วนบุคคลเสียหายภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพผู้ต้องหาในคดีใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋ง

พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุขับรถปาดหน้ากัน ด่าทอกัน จนเกิดบันดาลโทสะ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีการนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว คดีก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการพูดคุยกับนายอนุชา ผู้ต้องหา พบว่าทำไปเพราะเหตุบันดาลโทสะ หลังจากถูกขับรถปาดหน้าและถูกต่อว่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภาพของรถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้อยใจว่า ตนเองไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คนในโลกโซเชียลกล่าวหา หรือ ประฌาม เหตุการณ์ดังกล่าวตนเองต้องการที่จะขี่รถไปบอกคนขับรถเก๋งให้ขับรถดีๆ มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่คนขับกลับไม่ฟังและยังต่อว่ากลับมา ทำให้ตนเองเกิดบันดาลโทสะหยิบก้อนหินข้างถนนขว้างปาใส่รถ และไม่คิดว่าในรถจะมีเด็ก ถ้ารู้คงไม่ทำอย่างแน่นอน ถ้ายังทำ ตนก็ไม่ใช่คนแล้ว ส่วนคนที่วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงไม่สมควรที่จะมาวิจารณ์หรือประฌามในสิ่งที่ไม่จริง หรือเกินความเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่ตนเองทำลงไป ยอมรับว่าโมโห แต่ขอวอนสังคมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ขอฝากไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อย่าใจร้อน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกัน มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำผิด” นายอนุชา กล่าว.

ที่มา>>>Thairath