เสยท้ายโครม!! เก๋งมุดใต้รถบรรทุกพังยับเยิน สองหนุ่มติดคาซาก

เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 16 มกราคม 2560 พ.ต.ท.บรรจง หนูหว้า สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถเก๋งชนท้ายรถบรรทุกเทรลเลอร์และมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสติดอยู่ภายในรถ บริเวณถนปทุมธานี-ติวานนท์ แยกไฟแดงวัดไพร่ฟ้า หมู่ 5 ตำบลบางเดื่อ อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี จึงไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูกำลังใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาจากตัวรถเก๋งยี่ห้อโตโยต้า หมายเลขทะเบียน 3 กฆ 6592 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยินส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชาย 2 ราย ทราบชื่อ คือ นายภูวดล ไผ่แก้ว อายุ 34 ปี คนขับรถเก๋งได้รับบาดเจ็บสาหัส รถกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลปทุมธานี และ นายณัฐพล วงษ์อามาตย์ อายุ 24 ปี เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลปทุมเวชใกล้กันพบรถบรรทุกเทรลเลอร์ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียนตัวแม่ 70-7831 ปทุมธานี ตัวพ่วงหมายเลขทะเบียน 70-7709 ปทุมธานี กำลังเข้าโค้งเพื่อจะกลับรถ ถูกรถเก๋งชนที่ท้ายรถด้านขวาได้รับความเสียหาย ส่วนคนขับรถบรรทุกเทรลเลอร์ทราบชื่อ คือ นายธนู หนูแย้ม อายุ 54 ปี ยืนรอเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่จากการสอบถามนายธนู บอกว่า ตนเองขับรถบรรทุกมาจาก จังหวัดราชบุรี และกำลังจะกลับรถเข้าอู่บริเวณแยกไฟแดงวัดไพร่ฟ้า จากนั้นตนได้ยินเสียงเหมือนมีอะไรมาชนที่ท้ายรถจึงลงมาดู พบว่ามีรถเก๋งขับพุ่งชนที่ท้ายรถและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายติดอยู่ ภายในรถเก๋งคันดังกล่าว ตนจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังจากตรวจสอบที่เกิดเหตุแล้วจึงได้นำตัวนายธนู ไปสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.เมืองปทุมธานี และจะได้สอบสวนผู้ได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหากับผู้ใด

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่ระคายผิว!! รถพ่วงเทกระจาดขวางถนน-กระบะตามหลังคว่ำยับ เชื่อบารมีพระเกจิดังคุ้มครอง

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 5 ต.ค. ด.ต.นที ชูอรรถ ผบ.หมู่ ส.ทล.3 กก.2 บก.ทล ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า เกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกปุ๋ยและรถกระบะเสียหลักตกข้างทาง บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาล่องใต้ หมู่ 1 หน้าวัดบ้านทุ่งมะเม่า ตำบลอ่าวน้อย อำเภอเมืองประจวบฯ จึงพร้อมด้วย ด.ต.วสันต์ นุ่มพรม ผบ.หมู่ ส.ทล.3กก.2 บก.ทล ด.ต.จักรพงษ์ อินทนพ ผบ.หมู่ ป.สภ.เมืองประจวบฯ นำกำลังอาสาสมัครกู้ภัยตำรวจทางหลวง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองประจวบฯ รุดตรวจสอบเข้าให้ความช่วยเหลือในที่เกิดเหตุJpegพบว่าที่เกิดเหตุมีสภาพมืดไร้แสงไฟส่องสว่างข้างทางและมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมบนถนน จากการตรวจสอบพบรถบรรทุกปุ๋ยพ่วง 18 ล้อ ยี่ห้อ ฮีโน่ สีน้ำเงิน-ขาว ทะเบียน 70-2170 ชุมพร ตัวพ่วงหมายเลข 70-2183 ชุมพร เสียหลักตกร่องกลางถนนพลิกเทกระจาด ทำให้ปุ๋ยที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจายเกลื่อน จนต้นไม้หัก 1 ต้น และป้ายบอกทางของกรมทางหลวงเสียหายหลายจุด ส่วนตัวรถได้เหวี่ยงต้นไม้ขึ้นมากีดขวางทางจราจรเลนขวา 1 ช่องทาง ทำให้รถสัญจรได้รับความลำบาก คนขับ คือ นายจำเริญ จีนท่าจันทร์ อายุ 34 ปี อยู่หมู่ 7 ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี จังหวัดระนอง ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด เบื้องต้นทราบว่าได้บรรทุกปุ๋ยมาจาก กทม. และกำลังจะนำไปส่งที่ อ.หลังสวน จังหวัดชุมพรJpegJpegส่วนรถคู่กรณีอีกคันเป็นรถยนต์กระบะตอนเดียว ยี่ห้อโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์-ทอง ทะเบียน บบ 8208 เพชรบุรี ซึ่งได้บรรทุกผ้ามาเต็มคันรถ พลิกคว่ำเทกระจาดข้างทาง ทำให้ผ้าที่บรรทุกมาหล่นกระจัดกระจาย ตัวรถได้รับความเสียหายพังยับเยินทั้งคัน กระจกหน้าแตกและตัวรถยุบ คนขับ คือ นายวิชิต เปี่ยมพร้อม อายุ 43 ปี อยู่ ม.9 ต.ศิลาลอย อ.สามร้อยยอด จ.ประจวบฯ ไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด ด้านเจ้าตัวเผยได้บรรทุกผ้ามาจาก กทม. และกำลังจะไปส่งที่ จ.สงขลา ระหว่างทางถึงจุดเกิดเหตุ ได้ขับตามรถบรรทุกปุ๋ยมาJpegระหว่างนั้นรถบรรทุกปุ๋ยได้เกิดเสียหลักตกร่องกลางถนนพลิกคว่ำเทกระจาด และกีดขวางถนน จึงได้หักหลบจนเป็นเหตุทำให้เสียหลักตกข้างทางพลิกคว่ำเทกระจาดตาม ส่วนตนเองเชื่อที่รอดชีวิตมาได้และไม่ได้รับบาดเจ็บ เกิดจากบารมีของหลวงพ่อทวดวัดห้วยมงคล และหลวงพ่อเงินวัดบางคลาน ที่ห้อยคอพกติดตัวได้ช่วยเอาไว้

ที่มา>>>ข่าวสด

ช็อกกลางสี่แยก!! ผัวทะเลาะเมียนั่งซ้อนท้าย โมโหเร่งเครื่องฝ่าไฟแดงชนยับรถบรรทุก

 เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 19 ส.ค. ศูนย์วิทยุหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกพุ่งชนรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส จำนวน 2 ราย เหตุเกิดขึ้นบนถนนสุขุมวิท ฝั่งขาเข้าชลบุรี บริเวณสี่แยกสัญญาณไฟแดง พัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้ง จึงสั่งให้การ อาสาสมัครกู้ภัยฯ พร้อมด้วยทีมแพทย์ฉุกเฉิน เดินทางไปช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ พบผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 2 ราย รายแรกเป็นชายไทย อายุประมาณ 20-25 ปี และอีกรายเป็นหญิงสาวชาวไทย อายุประมาณ 25 ปี ทั้งคู่นอนหมดสติอยู่กลางพื้นถนน ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ จึงปฐมพยาบาล ก่อนช่วยเหลือนำส่ง รพ.บางละมุง และ รพ.พัทยาเมโมเรียล ตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ผู้บาดเจ็บ ยี่ห้อ ยามาฮ่า ฟีโน่ สีดำ ทะเบียน 1กฬ 8367 ชลบุรี ถูกรถบรรทุก 6 ล้อ ของโรงงานราชา น้ำแข็งหลอด พุ่งชนอย่างจังจนสภาพพังยับเยิน สอบถาม ผู้เห็นเหตุการณ์ ทราบว่า ขณะที่กำลังจอดติดสัญญาณไฟแดง สังเกตเห็นผู้บาดเจ็บ 2 คน เป็นสามี-ภรรยากัน ซึ่งฝ่ายชายเป็นผู้ขับขี่รถ โดยมีหญิงสาวนั่งซ้อนท้าย มีปากเสียงกันอย่างรุนแรง จากนั้นฝ่ายชายเกิดความโมโห ได้เร่งเครื่องฝ่าไฟสัญญาณไฟแดง ลักษณะจงใจให้รถบรรทุกพุ่งชน ท่ามกลางสายตาผู้สัญจรจอดติดไฟแดงจำนวนมาก ทำเอาผู้เห็นเหตุการณ์ช็อกไปตามๆกัน เบื้องต้น นายบุญธรรม นิ่มมาศ อายุ 51 ปี คนขับรถบรรทุก ไม่ได้หลบหนีไปไหน โดยยืนยันว่า รถจักรยานยนต์ฝ่าฝืนสัญญาณไฟแดง ในระยะกระชั้นชิดเลยทำให้เบรกไม่ทัน จึงพุ่งชนอย่างจังดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงควบคุมตัวมายัง สภ.เมืองพัทยา เพื่อสอบปากคำเพิ่มเติม ก่อนลงบันทึกประจำวันและดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ตะลึง!กองขยะมหึมา10ตัน ทิ้งริมถนนในอุทยานหาดนพรัตน์-เกาะพีพี อยู่ใกล้โรงเรียน-ชุมชน

 วันที่ 5 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรับการร้องเรียนจากชาวบ้านและนักท่องเที่ยวว่า มีการลักลอบทิ้งขยะจำนวนมากที่ริมถนนป่าชายเลน ใกล้กับศูนย์ราชการ ตรงข้ามโรงเก็บเครื่องจักร อบจ.กระบี่ ม.7 ต.ไสไทย อ.เมือง จ.กระบี่ จึงเดินทางไปตรวจสอบ เมื่อไปถึงก็ต้องตะลึงกับกองขยะจำนวนมากที่กองเรียงรายริมถนนภายในป่าชายเลน ซึ่งถนนทางไปท่าเรือของชาวประมง คาดว่ามีไม่ต่ำกว่า 10 ตัน มีทั้งเศษวัสดุก่อสร้าง ซากเฟอร์นิเจอร์ โถส้วม สายไฟฟ้า เศษกระจก ยางรถยนต์และขยะทั่วไปจำนวนมาก สร้างความสกปรกเป็นอย่างมาก ทั้งที่บริเวณดังกล่าวมีป้ายห้ามทิ้งขยะของอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธาราหมู่เกาะพีพี ติดตั้งใกล้บริเวณดังกล่าวแล้วก็ตาม

นอกจากนี้กองขยะก็ยังล้นเข้าไปยังป่าชายเลนริมถนน ซึ่งเป็นแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำ รวมทั้งฝูงลิงที่อาศัยบริเวณดังกล่าว ขณะเดียวกันได้มีการร้องเรียนผ่านสื่อโซเชียล เพื่อเรียกร้องให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องตรวจสอบ และดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว เพราะอยู่ห่างจากโรงเรียนอบจ.กระบี่ และศูนย์ราชการเพียงแค่ 300 เมตร

จากการสอบถามชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง ทราบว่า ก่อนนี้บริเวณดังกล่าวเคยมีชาวบ้านและผู้รับเหมานำเศษปูน เศษอิฐ รวมถึงเศษวัสดุก่อสร้างและขยะชนิดต่างๆมาเททิ้งบริเวณดังกล่าว และทางหัวหน้าอุทยานคนก่อน ได้ร่วมกับอบต.ไสไทย ขนย้ายทำความสะอาด และมีการปลูกป่าชายเลน ไปแล้วครั้งหนึ่ง พร้อมมีการปักป้ายห้ามทิ้งขยะ แต่หลังจากที่ท่านย้ายไป ก็ไม่มีใครเข้ามาดูแล ปล่อยให้มีการนำขยะมาทิ้งอีกซึ่งมีทั้งรถบรรทุกทั้งขนาดใหญ่ และขนาดเล็กลักลอบขนมาทิ้งทั้งช่วงกลางคืนและเช้ามืด ก็ไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแล

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขโดยเร็ว เกรงว่าจะกระทบกับระบบนิเวศน์ป่าชายเลน และฝูงลิงหางยาว จำนวนมาก ที่หากินอยู่ในพื้นที่

ด้านนายศรายุทธ ตันเถียร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดนพรัตน์ธารา-หมู่เกาะพีพี กล่าวว่า ในเบื้องต้นได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบแล้ว หากพบผู้กระทำผิดก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.เร่งสอบ! คลิปกลุ่มรถพ่วงทะเลาะวิวาท คนโพสต์ยันโดนปาดหน้าก่อน

ชาวเน็ตได้นำคลิปวิดีโอมาร้องเรียนผ่านโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ ที่เป็นคนขับรถบรรทุกด้วยกันเอง มีเรื่องทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน คลิปนี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ขอบคุณ มีล้อม เป็นเหตุการณ์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถบรรทุกคันหนึ่ง จับภาพขณะกำลังจอดรถเพราะมีรถบรรทุกมาขวางอยู่ตรงด้านหน้า ก่อนที่คนขับรถบรรทุกจากคันอื่นๆ จะวิ่งกรูกันเข้ามารุมทุบรถและมีเสียงคล้ายกับทำร้ายร่างกาย ผู้โพสต์ระบุว่า “ผมรู้ครับว่าทุกคนรักเพื่อน ผมถึงโดนขนาดนี้ไงครับ น้วมเลยครับ ผมอิ่มไปเลยครับ ไม่ต้องกินข้าวไปหลายวัน ต้องดูคลิปนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องอ้อนวอนขอชีวิตหลายคนมากครับ”

หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าพฤติกรรมของคนขับรถบรรทุกที่รุมทำร้ายร่างกาย ขณะที่ชาวเน็ตรายหนึ่งก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในอีกมุมว่า เจ้าของเฟซบุ๊กเป็นผู้ก่อเรื่องก่อนระบุ “ที่พวกเขาทำเพราะอะไร รู้กันหรือเปล่า รู้ตัวว่าพวกเยอะ แต่เขาเองที่ทำก่อน แต่ไม่มีใครเห็น”

ด้านทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ได้ติดต่อไปยัง นายกฤษณุ มีล้อม เจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์คลิปร้องเรียน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณถนนบางหลวง-ลาดปลาเค้า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ระหว่างที่ขับรถมาปกติ ได้มีรถบรรทุกคันหนึ่งก็ได้ขับปาดหน้าก่อน ตนจึงได้บีบแตรใส่และพูดจาต่อว่าไป ก่อนที่จะขับรถต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร รถบรรทุกคันที่ปาดหน้าก็ได้นำพวกมาอีก 7 ถึง 8 คัน มาปิดล้อมไว้ และพากันมารุมทุบรถ ทุบกระจก และชกต่อยตน

ทางด้าน พ.ต.ท.วีระวัฒน์ เอมพันธุ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บางหลวง จังหวัดนครปฐม เจ้าของคดี เปิดเผยในเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงกับคู่กรณี และรอผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายจากแพทย์

ที่มา>>>Thairath