จับหลวงพี่ฉาว! ปลูกรังรักมั่วสีกา ชาวบ้านทนไม่ไหวแจ้งจับ อ้างดื้อๆไม่ได้มีอะไรกัน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 11 ส.ค. พ.ต.ท.ดรัณภพ สระทองอยู่ รองผกก.ป.สภ.บางละมุง จ.ชลบุรี นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางละมุง เจ้าหน้าที่ทหารกรมทหารราบที่ 21 รักษาพระองค์ และเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร เข้าตรวจสอบเพิงพักไม่มีเลขที่หลังศูนย์กู้ภัยทางทะเล ภายในซ.สุขุมวิทพัทยา 6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีพระภิกษุสงฆ์พักอาศัยอยู่กับสีกาฉันสามีภรรยา

เมื่อไปถึงพบบริเวณดังกล่าวสร้างเป็นเพิงขนาดใหญ่ 2 หลัง พบพระบุญเลิศ จิตตปาโร อายุ 46 ปี กำลังนอนอยู่ในห้องกับหญิงสาวอายุ 42 ปี โดยมีเด็กชายวัย 5 ขวบนอนขั้นกลาง ส่วนอีกหลังพบพระภิกษุสงฆ์อีก 1 รูป ทราบชื่อคือ พระจเร ชำห้าน อายุ 44 ปีจำวัดอยู่ตามลำพัง

สอบถามพระบุญเลิศ ยอมรับว่าเป็นการกระทำที่ผิดวินัยของสงฆ์จริง ถึงแม้ว่าตนจะไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กับหญิงสาวก็ตาม แต่ก็ถือว่าผิดวินัยอยู่ดี พร้อมทั้งขอยอมรับผิดขอลาสิขาบท ในช่วงเช้าวันนี้ แล้วจะไปหางานทำจะได้ไม่ทำให้เสื่อมเสียศาสนา เจ้าหน้าที่จึงพาเข้าไปจำวัดยังวัดที่อยู่ข้างเคียงเพื่อรอให้เจ้าอาวาสสึกให้

ทั้งนี้ หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้นิมนต์ไปจำวัดที่วัดใกล้เคียงเพื่อรอลาสิกขาบท หญิงสาวคนดังกล่าวถึงกับร้องไห้เสียใจ ไม่อยากให้พระบุญเลิศไป อย่างไรก็ตาม จะต้องดำเนินการให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้เสื่อเสียพุทธศาสนา นอกจากนี้ บริเวณดังกล่าวมักจะมีคนเข้ามามั่วสุมเสพยาเสพติดกันบ่อยครั้ง จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นหูเป็นตา เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าอยู่ให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวอีกด้วย

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เหยื่อลุงโหด!! ดช.3ขวบถูกเตะน่วม-ต้องอุ้มส่งรพ. แฉโดนมา5ครั้ง ดญ.9ขวบพี่สาวเฝ้าน้อง

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 27 ก.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเด็กชาย อายุ 3 ขวบ ถูกทำร้ายใบหน้าบวมปูดต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกรักษาตัวอยู่ที่ หอผู้ป่วยศัลยกรรมกระดูก โรงพยาบาลปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี โดยมีนายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี นางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี พร้อมพยาบาลเข้าเยี่ยมอาการและดูแลรักษา เบื้องต้นเด็กอาการดีขึ้น201609270757567-20050222192603โดยน้องยอด (นามสมมติ) อายุ 3 ขวบ สภาพต้นขาขวาหัก นอนเข้าเฝือกอยู่ที่รพ. มีพี่สาววัย 9 ขวบ เรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ต้องหยุดเรียนมาเฝ้าดูแลน้องชาย เนื่องจากแม่วัย 38 ปี ต้องไปทำงานเป็นกระเป๋ารถเมล์สาย 33 ปทุมธานี-สนามหลวง ซึ่งครอบครัวของน้องยอด ต้องอาศัยอยู่บ้านลุง อายุ 50 ปี เลียบคลองวัดโคก ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี เนื่องจากลุงติดยาเสพติดมีนิสัยดุร้ายโมโหง่าย เมื่อไม่พอใจอะไรก็จะลงไม้ลงมือกับน้องยอดเป็นประจำ เนื่องจากน้องยอดจะพักอยู่บ้านคนเดียว พี่สาวจะไปเรียนหนังสือ ส่วนแม่จะต้องไปทำงาน จนชาวบ้านใกล้เคียงทนไม่ไหว แต่ก็ไม่กล้าที่จะยื่นมือช่วยเหลือ หลายครั้งน้องยอดถูกทำร้ายจนหูตาปูดต้องพาส่งโรงพยาบาล แต่ก็ต้องกลับมาอาศัยบ้านลุงเป็นที่พักอาศัย เนื่องจากแม่ของน้องยอดมีฐานะยากจน จึงต้องยอมทนอยู่ต่อไป จนล่าสุดถูกแตะจนต้นขาหักและได้เข้าแจ้งความเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี201609270757566-20050222192603จากการสอบถาม นายแพทย์มณเฑียร เพ็งสมบัติ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลปทุมธานีได้รับน้องยอดถูกทำร้ายร่างกายจากคนในครอบครัว โดยเป็นผู้ที่ติดยาเสพติด ชอบทำร้ายเด็ก โดยน้องยอดถูกทำร้ายจนต้องเข้ามารักษาที่ รพ.ปทุมธานีจำนวน 5 ครั้งแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย แม่พามาให้แพทย์ดูและรับยาแล้วกลับบ้าน แต่ครั้งนี้รุนแรงมาก ถูกทำร้ายจนกระดูกต้นขาขวาหัก ซึ่งต้องใช้ระยะเวลารักษาประมาณ 2 เดือน ถึงจะหายเป็นปกติ201609270757563-20050222192603ส่วนนางวรภัทร แสงแก้ว หัวหน้ากลุ่มงานสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์ศูนย์พึ่งได้ OSCC โรงพยาบาลปทุมธานี กล่าวว่า การช่วยเหลือต่อไปจะเป็นส่วนของการคุ้มครองสวัสดิภาพ ความเป็นอยู่ของน้องยอดต่อจากนี้ เบื้องต้นแม่ของน้องได้ดำเนินการแจ้งความที่ สภ.เมืองปทุมธานี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สงเคราะห์ครอบครัวและคุ้มครองสวัสดิภาพของเด็ก ในระยะยาวครอบครัวจะดูแลเด็กคนนี้ได้อย่างไรให้ปลอดภัย ที่ผ่านมาคนที่ทำร้ายเด็กนั้น แม่ของเด็กก็พึ่งพิงด้านที่อยู่อาศัย เพราะฉะนั้นถือว่าเป็นผู้ที่ใกล้ชิดมีอิทธิพลต่อครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำร้ายน้องยอดหลายครั้งมาก แต่แม่ของน้องไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี เนื่องจากมีภาวะต้องพึ่งพากันอยู่ แต่ว่าครั้งนี้น้องถูกทำร้ายอาการหนักมากเกินไป เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็ไม่กล้าห้ามและดำเนินการใด หลังจากนี้จะให้ทีมสหวิชาชีพ แพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคม อัยการ ตำรวจ ครู เพื่อช่วยคุ้มครองเด็กและดูแลสวัสดิภาพในระยะยาว

กรณีที่พบเห็นเด็กถูกทำร้ายหรือถูกกระทำด้วยความรุนแรงในที่สาธารณะ ให้รีบเข้าไปช่วยเหลือเด็กทันทีเพื่อให้การทำร้ายนั้นยุติ และเด็กได้รับความปลอดภัย แต่ทั้งนี้ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองด้วย ประชาชนทั่วไปตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาความรุนแรงในการที่จะไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย และไม่กระทำความรุนแรงต่อเด็ก สตรี และความรุนแรงในครอบครัว รวมถึงการแจ้งศูนย์ช่วยเหลือสังคม OSCC โทร 1300 ตลอด 24 ชม. เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ความรุนแรง หมายเหตุ นางวรภัทร แสงแก้ว ศูนย์พึ่งได้ OSCC รพ.ปทุมธานี 098-9262636

ที่มา>>>ข่าวสด

ดีเจออสซี่ไปมาทั่วโลกแต่มาสิ้นท่าที่ไทย! ถูกจับจำคุกตลอดชีวิตเพราะมี”ยาอี”กลางผับพัทยา

เว็บไซต์เดลีเมล์เปิดเรื่องราวของดีเจหนุ่มชาวออสเตรเลีย ที่ออกเดินทางไปเป็นดีเจทั่วโลก ไม่เว้นกระทั่งที่พัทยา และที่ฟูลมูนปาร์ตี้ที่เกาะพะงัน มีสาวๆรายล้อมมากมาย ก่อนจะถูกจับฐานมียาเสพติดและถูกพิพากษาให้จำคุกตลอดชีวิตในประเทศไทย รายงานระบุว่า นายเจค มาสโตรเอียนนี วัย 26 ปี ชาวเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย มีอาชีพเป็นดีเจ และเดินทางไปทั่วโลกทั้งที่ประเทศจีน และประเทศสเปน ก่อนจะมาเป็นดีเจที่ฟูลมูนปาร์ตี้ ที่เกาะพะงัน และที่พัทยา ประเทศไทย ภาพในโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นนายมาสโตรเอียนนี หรือชื่อในวงการ ดีเจแบดเมาธ์ ทำงานในบาร์ต่างๆมีสาวๆมากหน้าหลายตา แต่แล้วในปี 2557 ดีเจแบดเมาธ์ถูกตำรวจจับกุมที่บาร์แห่งหนึ่งริมหาดพัทยา ฐานมียาอี 61 เม็ด ในครอบครอง และถูกศาลตัดสินจำคุกตลอดชีวิต ปัจจุบัน นายมาสโตรเอียนนี ติดคุกอยู่ที่เรือนจำกลางคลองเปรม กรุงเทพฯ ซึ่งรายงานของเดลีเมล์อธิบายว่า เรือนจำกลางคลองเปรม เป็นคุกที่คับแคบ มีเชื้อโรคแพร่กระจายรวดเร็ว หากมีความขัดแย้งระหว่างนักโทษมักจะแก้ปัญหากันด้วยการชกต่อย และนักโทษมักจะมีความสัมพันธ์กับ”เลดี้บอย“หรือกะเทยในคุก ด้านเว็บไซต์เดอะการ์เดียน เผยว่า โทษของนายมาสโตรเอียนนีน่าจะน้อยลงกว่านี้ หากยอมรับสารภาพไปตั้งแต่ตอนแรก แต่ทนายความของเขาบอกว่าไม่ต้องยอมรับ นายทิม วาร์ด ผู้ที่รู้จักดีเจแบดเมาธ์ กล่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า  “ประเทศไทยเป็นสถานที่แห่งความสนุกสนานที่ไม่ค่อยมีกฎมากนัก แต่มีกฎหนึ่งที่สำคัญคือ อย่าเล่นยา” ทั้งนี้ ตามกฎแล้ว สามารถส่งตัวนายมาสโตรเอียนนีกลับไปจำคุกต่อที่ประเทศบ้านเกิดได้ภายหลัง 6 ปี แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าการส่งตัวจะได้รับการอนุมัติ

ที่มา>>>ข่าวสด

เปิดภาพสลด! จากนโยบายจับตายยาบ้าที่ฟิลิปปินส์ ตะลึง! เดือนเดียวยิงไปแล้ว 300 ศพ

เว็บไซต์ เมล์ออนไลน์ ของอังกฤษประมวลภาพถ่ายศพผู้เสียชีวิตจากนโยบายสงครามต้านอาชญากรและยาเสพติด ของนายโรดริโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบันสภาพศพถูกถอดเสื้อผ้า มัดมือมัดเท้า และจมกองเลือดที่นองพื้น บางศพถูกพันหน้าด้วยเทปพร้มป้ายข้อความ “ผมคือผู้ค้ายา” โดยภรรยาและญาติต่างโผเข้ากอดร่างศพของเสาหลักของครอบครัวที่ไม่ได้รับการสอบสวนอย่างเป็นธรรมนายดูแตร์เตแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า ตนไม่สนใจความรุนแรงที่ทำให้ยอดผู้ตายเพิ่มขึ้น และว่ายาเสพติดทำให้ “ประเทศจมดิ่ง” และจำต้องหยุดยั้งไม่ว่าอย่างไรก็ตาม“เราจะไม่หยุดยั้งจนกว่าพ่อค้า ผู้ผลิต และผู้ค้ายาเสพติด จะยอมจำนน ติดคุก หรือตกนรกไป หากคุณต้องการเช่นนั้น” นายดูแตร์เตกล่าว และพร้อมให้อภัยโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากถูกตั้งข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน จากการดำเนินนโยบายปราบหนักของเขาทางด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนอ้างข้อมูลจากตำรวจว่า ผู้ต้องสงสัยทั้งเสพและค้ายาเสพติดถูกวิสามัญฆาตกรรมไปแล้ว 293 ราย ในช่วงวันที่ 1-24 ก.ค.ที่ผ่านมา ยังไม่รวมจำนวนพ่อค้ายาเสพติดที่ถูกฆ่าโดยกลุ่มศาลเตี้ยและบุคคลนอกกฎหมายก่อนหน้านี้ มีผู้ติดยาเสพติดราว 60,000 คน ยอมเข้ามอบตัว หลังจากที่ผู้นำฟิลิปปินส์เรียกร้องให้ประชาชนฆ่าพ่อค้าและผู้เสพยาเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด

ไม่รอด! ตร.เชียงใหม่รวบเครือข่ายยาเสพติด จับถอดกางเกงซุกเฮโรอีนเพียบ

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. พ.ต.อ.ศักดิ์ศ ยะปาละ ผกก.สภ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ นำชุดปฏิบัติการออกไล่ล่าจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด ภายหลังรับแจ้งจากสายลับว่ามีชายชนเผ่าพูดไม่ชัดขับรถเก๋งและซุกซ่อนเฮโรอีนตามร่างกาย โดยนำยาเสพติดใส่ถุงพลาสติกและใช้เทปใสพันทับกับขาและแข้ง ก่อนสวมกางเกงทับอีกชั้น ต่อมาตำรวจได้ตั้งด่านสกัดจับที่บ้านปางมะกง ใกล้ด่านแก๋งปันเต้า ต.แม่นะ อ.เชียงดาว พบรถเก๋งสีเทาดำคันที่สายแจ้ง หมายเลขทะเบียน ขย 9636 เชียงใหม่ มีนายทศพล แซ่ติง อายุ 34 ปี อยู่บ้านเลขที่ 182 หมู่ที่ 3 ต.เมืองนะ อ.เชียงดาว เป็นคนขับ จึงเรียกให้หยุดเพื่อขอตรวจค้น โดยให้ถอดกางเกงขายาวออก พบมีการใช้เทปปิดถุงที่บรรจุเฮโรอีนที่ขาและแข้งทั้งสองข้าง โดยนำมาชั่งได้น้ำหนัก 166.67 กรัม คิดเป็นเงินหลายแสนบาท ผู้ต้องหารับสารภาพว่า จะนำไปส่งขายให้ผู้ที่สั่งซื้อที่ อ.พร้าว จึงนำตัวมาตรวจสารเสพติดพบว่า เสพสารเสพติดประเภทมอร์ฟีนและมีสารเสพติดในร่างกาย  เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีข้อหา 1.ขับรถโดยเสพยาเสพติดในร่างกาย 2.มียาเสพติดประเภทเฮโรอีนในครอบครองเพื่อจำหน่าย และ 3.เสพสารเสพติด

ที่มา>>>ข่าวสด

ปินส์เริ่มแล้ว 10 ศพแรก สงครามปราบอาชญากร ยุคผู้นำฮาร์ดคอร์

เอเอฟพีรายงานวันที่ 2 ก.ค. ว่า ตำรวจฟิลิปปินส์เริ่มสังหารผู้ต้องสงสัยเกี่ยวกับคดียาเสพติดแล้ว 10 ราย นับจากนายร็อดริโด ดูแตร์เต สาบานตนเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. และยืนกรานในนโยบายให้สังหารอาชญากรและผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด การประเดิมสังหารดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยเกือบทั้งหมด อยู่ในเมืองบูลากัน ทางตำรวจของเมืองยืนยันว่าทำตามนโยบายของผู้บัญชาการคนใหม่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ก่อนหน้านี้ นายดูแตร์เตให้สัญญากับตำรวจว่า จะปกป้องการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในการกวาดล้างอาชญากรรมและยาเสพติด

“ถ้าในกระบวนการนี้ต้องฆ่าคนเป็นพัน เพราะเป็นหน้าที่ของท่านล่ะก็ ผมจะปกป้องท่านเอง” นายดูแตร์เตกล่าว
ด้านกลุ่มนิรโทษกรรมสากล หรือ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงท่าทีวิตกกับกระบวนการดังกล่าวของรัฐ โดยเฉพาะคำพูดของคนที่เป็นผู้นำประเทศ ทำให้ผู้บังคับใช้กฎหมายได้ใจ และล้ำเส้นที่กฎหมายกำหนด ในขณะที่วิธีการสังหารไล่ฆ่าคน ไม่ใช่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน มีแต่จะก่อปัญหาใหม่ขึ้นมา

ที่มา>>>ข่าวสด