กลุ่มแพทย์ฉุกเฉินแย้ง “หมอก้อง” สรวิชญ์ แนะนำปฐมพยาบาลผิดๆ ออกรายการทีวี

กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ หมอก้อง นพ.สรวิชญ์ สุบุญ ออกรายการตีสิบเดย์ มาสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานโรคต่างๆ เช่น ไฟดูด งูกัด ปั๊มหัวใจ การผายปอด เมื่อวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยหลังจากที่รายการออกไป มีแพทย์ ER (เวชศาสตร์ฉุกเฉิน) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก และมีการแชร์ออกไปเป็นจำนวนมาก โดยได้ระบุว่า สิ่งที่หมอก้อง นำไปพูดในรายการนั้น ไม่ตรงกับหลักวิชาการในการปฐมพยาบาล โดยตอนหนึ่งได้ระบุว่า  “หมอก้องออกตีสิบ สอนปฐมพยาบาล ในฐานะหมอ ER ได้ดูแล้วทนไม่ได้จริงๆสิ่งที่บอก งูกัด ให้หาอะไรรัดเหนือบาดแผล สิ่งที่ถูกต้อง ไม่ต้องหาอะไรมารัดหรือขันชะเนาะ ให้พยายามให้ส่วนที่ถูกกัดอยู่นิ่งๆ ขยับน้อยที่สุด ไม่ต้องเอาเชือกรัด ไม่ต้องดูดเลือดออกจากแผลแบบ พระเอกในละคร สิ่งที่บอก งูแมวเซากัด พิธีกรบอกจะมีอาการง่วงๆ ให้ปลุกให้ตื่นถ้าหลับอาการจะแย่ แต่คุณหมอก็เออออ สิ่งที่ถูกต้อง งูแมวเซามีพิษต่อระบบเลือด มีผลให้การแข็งตัวของเลือดผิดปกติ จึงอาจมีภาวะเลือดออกผิดปกติได้ แต่ไม่เกี่ยวกับทำให้ง่วง แต่บางคนที่โดนงูกัดแล้วมีอาการเหมือนง่วงนอน ที่จริงแล้วเป็นงูพิษจำพวกที่เป็นพิษต่อระบบประสาท ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง แม้กระทั่งหนังตา จึงทำให้หนังตาตก ตาจะปิดลืมตาไม่ขึ้นดูเหมือนคนง่วงนอน แต่ความจริงไม่ได้ง่วง มัวแต่ปลุกไม่ช่วยอะไร” เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการระบุ ถึงสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกหลายจุด โดยพบว่า มีผู้นำข้อความดังกล่าวไปโพสต์ในอินสตาแกรมส่วนตัวของหมอก้อง ซึ่งหมอก้อง ได้ตอบกลับข้อความดังกล่าวว่า “ขอบคุณครับ ไม่มีไรหรอกครับผม ข้อมูลทางวิชาการที่นำไปออกรายการผมก็ได้มาจากอาจารย์ครับ แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า รายการวาไรตี้ ต้องทำให้ดูสนุก ไม่เครียดกับข้อมูลวิชาการเกินไป ผมว่าลองกลับไปดูรายการย้อนหลังสิครับ” 

หลังจากนั้น ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นแย้งว่า ข้อมูลทางการแพทย์ เป็นเรื่องที่ควรชี้แจงให้ถูกต้องเพื่อไม่ให้คนเข้าใจผิด และนำไปใช้อย่างผิดๆ 

ที่มา>>>ข่าวสด

เพิ่งไปเรียนวันเดียว! โจ๋เจ้าถิ่นรัวกระสุนหนุ่ม กศน. ร่างพรุนดับ!

หนุ่ม กศน. ชั้น ม.3 ขี่จักรยานยนต์เข้าสุขาภิบาล 5 ซอย 16 เจอแก๊งวัยรุ่นมั่วสุมสี่คูณร้อย สาดกระสุนทั่วร่าง วิ่งหนีซ่อนในป่ากกหายใจรวยริน จนท.รุดช่วยปั๊มหัวใจ ยื้อไม่ไหวสุดท้ายเสียชีวิต พ่อแม่เผย เพิ่งไปเรียนได้วันเดียว

เมื่อเวลา 03.00 น. วันที่ 23 เม.ย. 59 ร.ต.อ.เกียรติศักดิ์ โพธิ์พระ รอง สว.สส.สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกทำร้ายด้วยอาวุธปืนเสียชีวิต บริเวณปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 16 ถนนสุขาภิบาล 5 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เจริญ ศรีศศลักษณ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ ผกก.กก.สส.บก.น.2 พ.ต.ท.วีระ งามเลิศ รอง ผกก.สส.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์นิติเวช รพ.ตำรวจ และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูที่เกิดเหตุบริเวณฟุตปาทด้านข้างบริษัท โชติพิพัฒน์ค้าไม้ จำกัด ห่างจากปากซอยดังกล่าวประมาณ 50 เมตร พบร่าง นายภูเบศ บางแดง อายุ 16 ปี นักเรียน กศน. ย่านบางเขน ชั้น ม.3 ถูกอาวุธปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่บริเวณใบหน้า ลำคอ หน้าอกซ้าย แผ่นหลัง และตามลำตัวหลายนัด สภาพนอนหงายจมกองเลือดหายใจรวยริน เจ้าหน้าที่พยายามปั๊มหัวใจช่วยเหลือ แต่เนื่องจากผู้ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบพบปลอกกระสุนลูกซองไม่ทราบขนาดอยู่ในกระเป๋าเสื้อแจ็กเก็ตทางด้านขวา 1 นัด เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมไว้เป็นหลักฐาน

สอบสวนชาวบ้านในละแวกดังกล่าวให้การว่า ขณะพักผ่อนอยู่ในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกัน 6-7 นัด จากนั้นได้ยินเสียงรถจักรยานยนต์ออกไปทางปากซอย แต่ไม่กล้าออกมาดู เพราะกลัวถูกลูกหลง และในซอยดังกล่าวมักจะมีกลุ่มวัยรุ่นมามั่วสุมเสพยาอยู่เป็นประจำ จนเป็นที่เอือมระอาของชาวบ้าน

พล.ต.ต.เจริญ กล่าวว่า จากการซักถามบิดามารดาของผู้ตายทราบว่า ผู้ตายเคยอยู่โรงเรียนแห่งหนึ่งย่านบางเขน ชั้น ม.3 แต่ดรอปเรียนไว้ และกำลังศึกษาต่อที่ กศน. โดยเพิ่งไปเรียนได้เพียงวันเดียว ก่อนหน้านี้ผู้ตายมักจะเดินทางเข้ามาหาเพื่อนที่อยู่ภายในซอยดังกล่าวเป็นประจำ โดยวันนี้ขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เอ็มเอสเอ็กซ์ สีเหลือง 4กร3866 กรุงเทพมหานคร เข้ามาในซอยเพียงลำพัง เมื่อเข้ามาถึงบริเวณกลางซอยพบกลุ่มวัยรุ่นที่ตั้งโต๊ะมั่วสุมสี่คูณร้อยอยู่หลายคน

ทั้งนี้ สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจจะเข้ามั่วสุมด้วย หรืออาจจะเข้ามาทำอะไรสักอย่างแต่เจอกับคู่อริ ก่อนจะถูกระดมยิงด้วยอาวุธปืนขณะนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ จากนั้นวิ่งหนีเข้าไปหลบในป่ากกข้างทาง ก่อนจะโทรศัพท์บอกเพื่อนว่าถูกยิงและให้เดินทางมารับ

ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งและเดินทางมาถึง เพื่อนผู้ตายเดินทางกลับไปแล้ว ส่วนเจ้าหน้าที่มูลนิธิช่วยเหลือนำผู้ตายออกมาจากจุดที่ถูกยิง ก่อนจะพยายามจะปั๊มหัวใจแต่ไม่สำเร็จ มาเสียชีวิตบริเวณปากซอย โดยอาวุธปืนที่คนร้ายใช้คาดว่าจะมีมากกว่า 2 กระบอก เพราะบาดแผลมีทั้งรอยกระสุนปืนลูกซอง และกระสุนปืนขนาด 9 มม. ที่ด้านหลังผู้ตาย อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ทราบชื่อกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุแล้ว ซึ่งอยู่ภายในซอยที่เกิดเหตุ และอยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี.

ที่มา>>>Thairath