รถกระบะรับส่งนักเรียนวิ่งสวนทางพุ่งชนจยย.-หนุ่มใหญ่ดับคาที่ คนขับทิ้งรถวิ่งหลบหนี

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 28 ธ.ค. ร.ต.อ.พรศักดิ์ ขวัญเมือง รองสว.(สอบสวน) สภ.ถ้ำพรรณนา จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถกระบะรับส่งนักเรียนชนรถจยย. บนถนนสายถ้ำพรรณรา-ทานพอ ม.5 ต.ถ้ำถรรณรา อ.ถ้ำพรรณรา มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ รับแจ้งแล้วจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ้งถ้ำพรรณรา รีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุเมื่อไปถึงพบศพนายสุชล สิทธา อายุ 51 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กลางถนน สภาพคอหักศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์ตายคาที่ ห่างกันประมาณ 30 เมตร พบรถจยย.ยี่ห้อซูซูกิ สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มอยู่ในสภาพพังยับเยิน ใกล้กันพบรถกระบะรับส่งนักเรียนติดหลังคาที่กระบะท้าย ยี่ห้ออีซูซุ สีแดง ทะเบียน บพ-8623 นครศรีธรรมราช ส่วนคนขับไม่อยู่ในที่เกิดเหตุแล้ว

จากการสอบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขี่รถจยย.มาตามถนนดังกล่าว เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะรับส่งนักเรียนวิ่งสวนทางมา ก่อนเสียหลักพุ่งชนกันอย่างจังจนเป็นเหตุให้นายสุชลเสียชีวิตคาที่ ก่อนคนขับรถกระบะจะทิ้งรถไว้ในที่เกิดเหตุแล้วหลบหนีไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.แกล้งกัน-โยนกระเป๋าลงจากชั้น 3 ตึกเรียน เพื่อนกระโดดคว้า-พลาดตกลงมาดับสลด

เมื่อวันที่ 29 ส.ค. สำนักข่าว แอสโตรอาวานี ของมาเลเซียรายงานเหตุสลดเพื่อนบ้านของไทยว่า นักเรียนตกจากชั้น 3 ของอาคารเรียนโรงเรียนมัธยมศึกษา เขต 9 ในเมืองปูตราจายา ทางใต้กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 29 ส.ค.ที่เกิดเหตุ

ตำรวจรับแจ้งเหตุแล้วรุดมาตรวจสอบ พบร่างของ นายอาซิม ฮากามี ชูยา นักเรียน ม.3 อายุ 15 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ขณะนี้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเมืองปูตราจายาแล้วสอบสวนทราบว่า นายอาซิมพยายามช่วยคว้ากระเป๋านักเรียนของเพื่อนที่ถูกเพื่อนอีกคนโยนลงระเบียงไป แต่ไม่สามารถทรงตัวไว้ได้ จึงตกระเบียงลงมาเสียชีวิต

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบ 2 นร.เทคโนฯ ปืนไล่ยิง นร.อาชีวะเจ็บ ปมแค้นต่างสถาบัน

จากกรณีกลุ่มนักเรียนอาชีวะก่อเหตุใช้อาวุธปืนไล่ยิงใส่กลุ่มคู่อริต่างสถาบัน ทำให้นายเจมส์ (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนอาชีวะชื่อดังย่านบางกะปิ ถูกยิงเข้าที่หน้าท้องและข้อมมือ ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้กระสุนยังพลาดเป้าไปถูกนางทรงศรี แก้วจันทร์ อายุ 61 ปี แม่ค้าขายข้าวเหนียวไก่ทอด เข้าที่น่องขาวได้รับบาดเจ็บอีก 1 คน เหตุเกิดหน้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 สาขาร่มเกล้า 7 ปากซอยเคหะร่มเกล้า 29 แยก 7 หรือร่มเกล้าโซน 5 ซอย 33 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. ต่อเนื่องหน้าโรงเรียนชุมชนเคหะลาดกระบัง ซอยเคหะร่มเกล้า 42 แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. เหตุช่วงเช้าของวันที่ 14 มิ.ย. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. พ.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผกก.ปพ.บก.ป, พ.ต.ท.ปิยรัช สุภารัตน์ รอง ผกก.ปพ., พ.ต.ท.วชิรา ยาวไทสงค์ รองผกก.ปพ. พร้อมตำรวจคอมมานโด สนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ร่มเกล้า ร่วมกันจับกุมนายตั้ม (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และนายโด่ง (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี นักเรียนชั้นปีที่ 1 โรงเรียนเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง หลังตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดมีนบุรี ในข้อหาร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมืองหมู่บ้านทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยสามารถควบคุมตัวนายตั้ม ได้ที่บ้านพักย่านมีนบุรี พร้อมของกลางเป็นรถจยย.ที่ใช้ในการก่อเหตุ และควบคุมตัวนายโด่ง ได้ที่บ้านพักภายในอ.ตาคลี จ.นครสวรรค์จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ลงมือก่อเหตุจริง โดยในวันเกิดเหตุนายตั้ม เป็นคนขี่รถจยย.ส่วนนายโด่ง เป็นคนซ้อนท้ายและเป็นผู้ลงมือกราดยิงเข้าใส่กลุ่มผู้บาดเจ็บ ส่วนสาเหตุเกิดจากปมขัดแย้งคู่อริต่างสถาบัน เนื่องจากเพื่อนตนเคยถูกโรงเรียนของผู้บาดเจ็บใช้อาวุธปืนไล่ยิงมาก่อนหน้านี้ สำหรับอาวุธปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้นเป็นปืนลูกโม่ขนาด .38 หลังก่อเหตุนายโด่ง ได้ขี่รถจยย.นำไปโยนทิ้งที่คลองลาดบัวขาว ภายในซอยเคหะร่มเกล้า 64 ถนนเคหะร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กทม. แล้วพากันหลบหนีไป กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากพาตัวผู้ต้องหามาชี้จุดทิ้งปืน เจ้าหน้าที่ก็ได้ประสานนักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยร่มไทร ชุดประจำจุดมีนบุรีและจรเข้น้อย กว่า 10 นาย ร่วมกันงมหาปืนของกลางภายในคลองดังกล่าว ซึ่งใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมง ก็ยังไม่พบปืนของกลางแต่อย่างใด

ที่มา>>>ข่าวสด

‘พิทักษ์เกียรติวิทยา’ เปิดวันแรกนร.หายกว่าครึ่ง เตรียมมอบศพคืนญาติ

นักเรียนร.ร.พิทักษ์เกียรติวิทยา ทยอยเดินทางมาเรียนเป็นวันแรก หลังเกิดเหตุไฟไหม้จำนวน 60 คน ทั้งนี้ทางผู้จัดการจะประชุมผู้ปกครอง เพื่อแจ้งย้ายนร. พร้อมมอบเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต ส่วนคดีได้ผลยืนยันอย่างไม่เป็นทางการแล้ว ซึ่งจะส่งศพทั้งหมดกลับมาในบ่ายวันนี้…

เมื่อวันที่ 30 พ.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนพิทักษ์เกียรติวิทยา อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย มีนักเรียนที่บ้านอยู่ใกล้โรงเรียน เริ่มทยอยเข้ามาเรียนเป็นวันแรกและยืนเข้าแถวเคารพธงชาติ 60 คน จากจำนวน 142 คน หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้หอพักสถานสงเคราะห์บ้านเด็กร่วมใจ มูลนิธิพันธกิจสุขสันต์ (องค์กรสาธารณประโยชน์) ตั้งอยู่ภายในโรงเรียน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา คลอกเด็กเสียชีวิต 17 ศพ บาดเจ็บ 5 คน ทางโรงเรียนได้สั่งปิด 7 วัน และครบกำหนดเมื่อวันที่ 27 พ.ค. 59

นายเรวัตร วาสนา ผู้จัดการโรงเรียน กล่าวว่า เวลา 09.00 น. จะมีการประชุมผู้ปกครอง และมอบสิ่งของผู้บริจาคแก่ผู้ปกครองนักเรียน โดยมีสำนักงานการศึกษาแห่งชาติ ศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย สพป.เชียงรายเขต 2 มาร่วมประชุมเพื่อหาข้อสรุปการแจ้งย้ายนักเรียน ตามความประสงค์ของผู้ปกครองนักเรียน เพื่อวางแผนช่วยเหลือในการส่งต่อหาที่เรียนใหม่ตามความเหมาะสม ส่วนการมอบเงินให้แก่ญาติผู้เสียชีวิต คาดว่าเมื่อแบ่งเฉลี่ยเงินของผู้บริจาคออกแล้วจะได้คนละประมาณ 500,000 บาท ค่าประกันชีวิต 200,000 บาท รวมคนละประมาณ 700,000 บาท สิ่งของช่วยเหลือจำนวนมากแบ่งแล้วจะได้คนละประมาณ 1 คันรถปิกอัพบรรยากาศภายในโรงเรียน

สำหรับความคืบหน้าของคดี นายแพทย์กันต์ กุญชร ณ อยุธยา แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ เปิดเผยว่า ผลตรวจดีเอ็นเอจากชิ้นกระดูก เนื้อเยื่อ และเลือด ที่ส่งไปตรวจพิสูจน์ที่สถาบันนิติเวช กรุงเทพฯ ได้ส่งผลกลับมาแล้ว ซึ่งได้จับคู่ตามกระบวนการพิสูจน์อัตลักษณ์ของบุคคล ซึ่งขณะนี้ได้ผลยืนยันอย่างไม่เป็นทางการว่า เป็นศพของผู้ใด จะประสานกับพนักงานสอบสวน สภ.เวียงป่าเป้า และในบ่ายวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะลำเลียงส่งศพทั้งหมดกลับไปที่โรงพยาบาลเวียงป่าเป้า เพื่อคืนให้แก่ญาตินำกลับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

ที่มา>>>Thairath