ระทึก!อาคารศูนย์อีซูซุพุทธมณฑลสาย 4 ถล่มทับคนงานติดคาซาก

 เมื่อเวลา 11.25 น. วันที่ 27 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม รับแจ้งเหตุอาคารศูนย์รถยนต์ยี่ห้ออีซูซุถล่ม มีผู้ติดอยู่ภายใน เหตุเกิดบริเวณถนนพุทธมณฑลสาย 4 ต.กระทุ่มล้ม อ.สามพราน จ.นครปฐม จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ภัย นำกำลังไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นอาคารศูนย์อีซูซุถนนพุทธมลฑลสาย 4 หน้าวัดนครชื่นชุ่ม พบอาคารที่กำลังก่อสร้างพังถล่มลงมา มีนั่งร้านเศษเหล็กตกกระจัดกระจาย เบื้องต้นมีผู้ติดภายในอาคาร 1 ราย และขณะที่อาคารถล่มมีคนงานทำงานอยู่ประมาณ 200 คน

ที่มา>>>ข่าวสด

รันทด เด็กหญิง 2 พี่น้องยอดกตัญญู ดูแลยาย จูงมือขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรว่า มีเด็กหญิง 2 พี่น้องฐานะ ยากจนซึ่ง อยู่โรงเรียน ชุมชุนวัดหนองละฆ้อน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ทั้งคู่ อยู่ชั้นอนุบาล แต่เป็น เด็กยอดกตัญญู ช่วยยายที่ชราทำงานล้างจานและ บางวันยายป่วย ไม่มีเงินซื้อข้าว 2 พี่น้องเด็กหญิงจูงมือกันไปขอข้าวชาวบ้านมาให้ยาย และตนเองกินประทังชีวิตหลังจากที่ได้รับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าวซึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมูที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็นบ้านของ ด.ญ.กรรณิการ์   หรือ น้องเนย  จันทร์ดี  อายุ 4 ปี และ ดญ. จารุวรรณ หรือนิว จันทร์ดี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับนาง นางโสม อยู่จาร์ต อายุ 67 ปี เนื่องจากแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2  นำ เด็กมาทิ้งให้เลี้ยง และไม่เคยส่งเงินมา ดูแล ซึ่งยายที่ชรา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง ก็ไปทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่มีใคร ดูแลเด็กๆ

โดยสภาพบ้านดังกล่าว เป็นกระต๊อบ ผุพัง มุงด้วยสังกระสี เป็นรูรั่วทั้งหลัง พื้นบ้านใช้ฟากไม้ไผ่ ตี เป็นแผ่น ส่วน ข้างฝาผุพัง ไม่มีประตูบ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็ไม่มี ต้องใช้ตะเกียงจุด เพื่อให้แสงสว่าง น้ำประปา ก็ไม่มี กิน  ซึ่งบ้านหลังเล็กไม่มีประตูบ้าน เวลาฝนตก ไม่คุ้มฝน ยิ่งกลางคืน นอนกันไม่ได้ทั้งคืน  เพราะบ้าน มีแต่รูรั่ว น่าเวทนาอย่างยิ่งนอกจากนี้ ในบ้านของ ดญ .ทั้ง 2 ไม่มีเครื่องสาธาณูปโภคใดๆ ทั้งสิ้น เวลากลางคืนจุดตะเกียง เวลาหุงข้าวต้องก่อไฟถ่านหุงข้าว บางวัน แทบไม่ได้กินข้าว เนื่องจากฐานะยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิน บางวันกินข้าวกับน้ำปลา และเกลือ หากยายไปรับจ้างทำงานไม่ไหว หรือล้มป่วย 2 เด็กหญิงจะจูงมือกันไปขอข้าวเพื่อนบ้าน มาให้ยายและ ตัวเองกิน เพื่อประทังชีวิต  ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น  เห็นในความยากลำบากเวทนาก็ให้อาหารมากินบ้าง

โดยนางโสม อยู่จาร์ต ผู้เป็นยาย กล่าวว่า พ่อแม่ของ เด็กหญิงทั้ง 2 แยกทางกัน ลูกสาว ได้นำ หลานทั้ง 2 มาทิ้งให้ตนเลี้ยง ไม่เคยส่งเสีย เงินทองทุกวันนี้ตนเองไปรับจ้างทำงานไม่ค่อยได้เนื่องจาก เป็นหวงหลานไม่มีใครดูแล หากไปทำงานก็จะต้องเอาหลานไปด้วย ซึ่งบางครั้งเด็กก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจาก ไม่มีเงินให้ไปกินขนม บางวัน หากไปรับจ้างไม่ไหว ต้องกินข้าวกับน้ำปลา หรือ เกลือ บางครั้งตนเองล้มป่วยเพราะอายุมากแล้ว หลานทั้ง 2 จะจูงมือพากินไปขออาหาร เพื่อนบ้าน มาให้ตนเองตัวหลานกินซึ่งทุกวันนี้ ยอมรับว่า สงสารหลานทั้ง 2 มาก ทุกวันนี้ครอบครัวตนเองมีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท จึงไม่พอที่จะใช้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิตซึ่งตนเองยอมรับในความกตัญญูของหลานมาก ถึงแม้ตัวจะเล็กอายุน้อย แต่ก็ยังมีความกตัญญูต่อยายกลับมาจากโรงเรียนช่วยล้างจานเอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะเด็กตัวแค่นี้ สิ่งที่อยากได้คือ เรื่องบ้านเพราะไม่มีที่อยู่ อาศัยที่ว่างเปล่าซึ่งวัดธรรมกายมาซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้ทำอะไรอาศัยอยู่ เวลาฝนตก ตนเองและหลานอีก 2 คนหลับฝนไม่ได้นอนทั้งคืนที่หลับที่นอนเปียกหมด อีกทั้งไฟฟ้าไม่มี ใช้ตะเกียงจุดเพื่อให้สว่าง ห้องน้ำก็ไม่มี

ด้านนายวิทยา เอี้ยงหมี ผอ. โรงเรียนชุมชนวัดหนองละค้อน กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก แต่ ฐานะครอบครัว น้องทั้ง 2 ยากจนมากน่าสงสาร  ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือ โดยมีรถรับส่งทางโรงเรียนไปรับไปส่งทุกวัน  ส่วนอาหารกลางวัน ทางโรงเรียนเรามี ให้อยู่แล้ว.น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องน้อง อีกทางหนึ่ง

ทางด้านนางสนอง ช้างคุ้ม อายุ 78 ปี กล่าวว่า  เด็กทั้ง2 น่าสงสารมาก บางวันไม่มีข้าวกิน  เนื่องจาก มีฐานะยากจนมาก  อีกทั้งยาย ก็ชราแล้ว ซึ่งเด็ก 2 พี่น้องหากยายไม่มีข้าวให้กินจะจูงมือกัน เดินมาขอข้าว หรือขนมกิน  ซึ่งชาวบ้านก็ ให้กันเพราะความสงสาร

หากมีผู้จิตศรัธาจะร่วมบริจาก ช่วยเหลือน้องเนยและน้องนิวบริจากได้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของ ดญ.กรรณิการ์  จันทร์ดี กรุงไทย สาขาสาเหล็ก หมายเลขบัญชี  6360288214

ที่มา>>>ข่าวสด

จับแล้วเพื่อนร่วมงานแม่ ข่มขืนเด็กหญิงวัย 9 ขวบ คุมตัวทำแผน-ชาวบ้านรุมสาปแช่ง

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ทหารนำตัวเด็กหญิงเชอร์รี่ (นามสมมุติ) วัย 9 ขวบ พร้อมด้วยมารดาและญาติเข้าแจ้งศูนย์ดำรงธรรม หลังเด็กหญิงเชอร์รี่ ถูกนายเล็ก อายุ 30 ปี เพื่อนร่วมงานของมารดากระทำชำเราหลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงปิดเทอมเมื่อเดือนเม.ย. ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลานานนับ 3 เดือน โดยก่อนที่มาแจ้งศูนย์ดำรงธรรมได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.ไชโย ก่อนแล้ว รายละเอียดตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น ความคืบหน้าเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 14 มิ.ย. เจ้าหน้าที่ทหารตำรวจประกอบด้วย พ.ต.อ.นที สิริวรวัชร์ ผกก.สภ.ไชโย ร.อ.อาทิตย์ บุสทิพย์ ผบ.ชุดประสานงานพื้นที่ที่ 2 จังหวัดอ่างทอง (ร.31 พัน 3 รอ.) จ.ส.อ.ประชากร กล้าหาญ ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายฮูสซัน หรือเล็ก รุ่งโรจน์ อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงเชอร์รี่วัย 9 ขวบ หลังหนีไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จากการสอบถาม พ.ต.อ.นที กล่าวว่า เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา นางนวล (นามสมมติ) พาเด็กหญิงเชอร์รี่ บุตรสาว เข้าแจ้งความร้องทุกข์ว่าได้ถูกนายเล็ก ข่มขืนกระทำชำเราหลายครั้ง ซึ่งตัวนางนวล (นามสมมุติ) ผู้เป็นแม่ไม่เคยทราบมาก่อน ซึ่งหลังจากรับแจ้ง ตนจึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ไชโย ลงพื้นที่สืบสวน จนทราบว่าคนร้ายคือนายเล็ก ซึ่งปกติพักอยู่ที่บ้านในพื้นที่หมู่ที่ 1 ต.ชะไว อ.ไชโย จ.อ่างทอง เป็นเพื่อนร่วมงานของนางนวล ซึ่งตอนนี้หนีไปหลบอยู่ที่บ้านญาติในจังหวัดเพชรบูรณ์ หลังทราบดังกล่าวจึงขออนุมัติหมายจับ นายเล็กไว้ตามหมายจับของศาลจังหวัดอ่างทองที่ จ.180/2559 ลงวันที่ 14 มิ.ย.2559 จากนั้นได้โทรศัพท์ติดต่อหลอกล่อให้นายเล็กกลับมาพบที่จังหวัดอ่างทอง ก่อนจะทำจับกุมตัว ซึ่งในชั้นจับกุมผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในข้อหา กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบสามปี ซึ่งมิใช่ภริยาหรือสามีของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามฯ และพาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา หรือผู้ปกครองหรือผู้ดูแลไปเพื่อการอนาจาร นายเล็ก กล่าวว่า ตนยอมรับว่ากระทำการข่มขืนเด็กหญิงเชอร์รี่จริง โดยใช้จังหวะที่นางนวล แม่ของเด็ก ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของตน ออกไปทำงาน ตนแอบหลอกล่อเด็กหญิงเชอร์รี่ มาข่มขืนกระทำชำเราดังกล่าว

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ทหาร นำตัวนายเล็กไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังที่เกิดเหตุ ซึ่งในการออกไปทำแผนครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้แจ้งให้ใครทราบ ตอนแรกการทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่ไม่นานเมื่อชาวบ้านรู้ว่า ตำรวจพาผู้ต้องหามาทำแผน ชาวบ้านต่างบอกต่อกันและพากันมาดูเป็นจำนวนมาก โดยบางคนต่างวิพากวิจารณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น บางคนก็ตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำที่ไม่สุภาพ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเห็น ดังนั้นจึงรีบทำแผนให้เสร็จก่อนรีบนำตัวผู้ต้องหากลับมายัง สภ.ไชโย ทันที

ที่มา>>>ข่าวสด

ชื่นชม 3 พี่น้อง ตื่นเช้ามืดช่วยแม่ทำงาน กวาดถนนที่อ่างทอง ก่อนไปเรียน

3 พี่น้องยอดกตัญญู! ตื่นนอนแต่เช้ามืด ช่วยแม่ทำงานกวาดถนน ก่อนอาบน้ำ กินข้าวแต่งตัวไปโรงเรียน หลังแม่แขนเจ็บ อาสาแบ่งเบาภาระ ซึ่งเป็นภาพชินตาของผู้พบเห็น บน ถนนเทศบาล 8 ต.ตลาดหลวง …

วันที่ 10 พ.ค. ชาวบ้านจังหวัดอ่างทอง ชื่นชมเด็กชายธนพล ยอดทอง อายุ 12 ขวบ พร้อมน้องสาวคือ เด็กหญิงอรปรียา ยอดทอง อายุ 11 ขวบ และ เด็กหญิงกชมล พละสัตย์ อายุ 9 ขวบ (หลานสาว) ตื่นแต่เช้ามืดออกมาช่วย นางกนกรัตน์ กิมใช่ยัง อายุ 38 ปี ผู้เป็นแม่ อยู่บ้านเลขที่ 6 3/1 ถนนเทศบาล 8 ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นลูกจ้างทำความสะอาดกวาดถนนของเทศบาลเมืองอ่างทองผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทุกเช้าทั้ง 3 คน จะตื่นนอนออกมาช่วยผู้เป็นแม่กวาดตักขยะใส่เข่งแล้วใช้รถเขนนำไปใส่ในถังขยะทุกวันบริเวณถนนซอยทรัพย์สิน ถึงวัดสนามชัย ตั้งแต่เช้ามืดจนกระทั่งเสร็จงานที่แม่ได้รับผิดชอบทำความสะอาด เป็นภาพชินตาของชาวบ้านที่พบเห็น ต่างชื่นชมถึงความขยัน อดทนและมีความกตัญญู

นางทัศนีย์ ชาญศิลป์ อายุ 74 ปี ชาวบ้านละแวกนั้น กล่าวว่า ได้เห็นเด็กชายธนพล ออกมาช่วยแม่กวาดถนนทำความสะอาดกว่า 1 ปีแล้ว และ เป็นสิ่งที่ดีน่าชื่นชมในความขยันมีความกตัญญูในการแบ่งเบาภาระของแม่ โดยในช่วงวันธรรมดาจะเห็นออกมาแต่เช้ามืด และเมื่อกวาดถนนเสร็จแล้วก็เข้าบ้านอาบน้ำกินข้าวแต่งตัวไปโรงเรียน ส่วนวันหยุดก็จะออกสายหน่อย ขอชื่นชมในความขยันและอดทนแม้เป็นเพียงเด็กยังช่วยแบ่งเบาภาระพ่อแม่ได้เด็กชายธนพล กล่าวว่า ตนเองนั้นเรียนหนังสืออยู่ชั้นประถม 6 โรงเรียนวัดต้นสน ในตอนแรกนั้นเห็นแม่มือเจ็บต้องออกมาทำงานกวาดถนนทุกวันแล้วเกิดนึกสงสารแม่ จึงออกมาช่วยงานแม่ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและก็ทำเรื่อยมาเพื่อให้แม่ได้เหนื่อยน้อยลง โดยในช่วงที่โรงเรียนเปิดก็จะออกช่วยแม่แต่เช้ามืด และเมื่อเสร็จงานก็จะไปเรียนตามปกติ ส่วนวันหยุดก็จะออกช้าหน่อย ไม่ต้องรีบเพราะเป็นวันหยุด  ช่วงหลังๆ นี้น้องสาวที่เรียนอยู่ชั้น ประถม 5 และญาติที่เรียนอยู่ ชั้นประถม 3 ได้ออกมาช่วยในการเก็บกวาดในช่วงโรงเรียนปิดเทอมอีกด้วยนางกนกรัตน์ เปิดเผยว่า ตนเองเป็นลูกจ้างทำความสะอาดกวาดถนนของเทศบาลเมืองอ่างทอง โดยจะกวาดถนนสายที่รับผิดชอบทุกวันตั้งแต่เช้ามืดของทุกวัน และดีใจที่ลูกชายได้ออกมาช่วยงานแบ่งเบาภาระในการทำหน้าที่ได้ปีกว่าแล้ว ในช่วงหลังมานี้ได้มีลูกสาววัย 11 ขวบ และ หลานสาววัย 9 ขวบ ได้ออกมาช่วยงานในการกวาดถนนทุกวันรู้สึกดีใจมากที่ลูกเป็นเด็กดีมีน้ำใจในการช่วยเหลืองานแบ่งเบาภาระให้แม่

“ชาวบ้านที่พบเห็นทุกคนก็ชื่นชมในตัวลูกๆ ที่เป็นเด็กดีและขยันขันแข็ง และยังคงตั้งใจเรียนเพื่อที่จะได้เติบโตเป็นคนดีในสังคมและทำงานช่วยเหลือพ่อแม่ต่อไป” นางกนกรัตน์ กล่าว.

ที่มา>>>Thairath