ชาวบ้านแห่ดูเห็ดยักษ์ น้ำหนัก 3 กก. กว้าง 22 นิ้ว บอกคล้ายเห็ดโคนกรอบอร่อย

เมื่อวันที่ 4 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจาก นายวีระ แกล้วกสิกิจ อายุ 69 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3/2 หมู่ 3 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก ว่า มีดอกเห็ดยักษ์ขึ้นที่หลังบ้าน ดอกมีขนาดใหญ่มาก จึงเดินทางไปตรวจสอบพบดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ขึ้นอยู่ใต้ต้นกะเพรา เมื่อถอนหญ้าแหวกดู เห็นดอกและลำต้นของเห็ดมีขนาดใหญ่ ดอกบานกว้าง สีขาวนวล ที่ดอกมีแมลงเริ่มเข้ามาเจาะกินดอกเห็ดเพราะเป็นเห็ดไม่มีพิษ สามารถบริโภคได้นายวีระ กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยเห็นดอกเห็ดมีดอกขนาดใหญ่แบบนี้มาก่อน ดูว่าแปลกประหลาดดีที่ปีนี้อากาศแปรปรวน ทั้งร้อนทั้งฝน แต่กลับทำให้เห็ดมีขนาดดอกใหญ่แบบนี้ เชื่อว่าน่าจะเป็นเห็ดเท้าช้าง เพราะเมื่อปีที่ผ่านมาพบว่ามีเห็ดแบบนี้ขึ้นใกล้กับจุดที่พบในครั้งนี้ มีดอกเห็ดพบหลายก่อ ชาวบ้านในหมู่บ้านที่เคยกินเห็ดชนิดได้ขอซื้อ ก็ขายไปกิโลกรัมละ 30 บาท และเก็บไว้กินเล็กน้อย ถ้ากลัวไม่กล้ากินลองต้มโดยใช้ข้าวสารใส่ลงไป เป็นพิสูจน์เป็นเห็ดไม่มีพิษหรือไม่

ตนเคยกินลักษณะคล้ายเห็ดโคน กรอบอร่อยดี ช่วงที่พบเป็นช่วงฝนต่อหนาว แต่ปีนี้อากาศแปรปรวนทำให้มีเห็ดชนิดนี้ขึ้นมาอีก และดอกบานขนาดใหญ่มาก กว้าง 22 นิ้ว หรือประมาณ 55 เซนติเมตร ลำต้นสูง 15 นิ้ว หรือประมาณ 38 เซนติเมตร คาดน้ำหนักดอกประมาณ 3 กิโลกรัม นอกจากนี้ดอกขนาดกลาง ก็มีความกว้าง 17 นิ้ว และขนาดเล็กสุดก็มีขนาด 10 นิ้ว ตั้งใจว่าจะเก็บไว้ดู เผื่อชาวบ้านหรือใครสนใจอยากเห็นเห็ดดอกใหญ่ยักษ์แบบนี้ก็สามารถแวะมาดูได้

ที่มา>>>ข่าวสด

รันทด เด็กหญิง 2 พี่น้องยอดกตัญญู ดูแลยาย จูงมือขอข้าวชาวบ้านประทังชีวิต

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตรว่า ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้าน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตรว่า มีเด็กหญิง 2 พี่น้องฐานะ ยากจนซึ่ง อยู่โรงเรียน ชุมชุนวัดหนองละฆ้อน ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน จังหวัดพิจิตร ทั้งคู่ อยู่ชั้นอนุบาล แต่เป็น เด็กยอดกตัญญู ช่วยยายที่ชราทำงานล้างจานและ บางวันยายป่วย ไม่มีเงินซื้อข้าว 2 พี่น้องเด็กหญิงจูงมือกันไปขอข้าวชาวบ้านมาให้ยาย และตนเองกินประทังชีวิตหลังจากที่ได้รับแจ้ง จึงได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าวซึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 83 หมูที่ 7 ตำบลหนองพระ อำเภอวังทรายพูน  จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็นบ้านของ ด.ญ.กรรณิการ์   หรือ น้องเนย  จันทร์ดี  อายุ 4 ปี และ ดญ. จารุวรรณ หรือนิว จันทร์ดี อายุ 3 ปี อาศัยอยู่กับนาง นางโสม อยู่จาร์ต อายุ 67 ปี เนื่องจากแม่ของเด็กหญิงทั้ง 2  นำ เด็กมาทิ้งให้เลี้ยง และไม่เคยส่งเงินมา ดูแล ซึ่งยายที่ชรา ซึ่งมีอาชีพรับจ้าง ก็ไปทำงานไม่ได้เนื่องจากไม่มีใคร ดูแลเด็กๆ

โดยสภาพบ้านดังกล่าว เป็นกระต๊อบ ผุพัง มุงด้วยสังกระสี เป็นรูรั่วทั้งหลัง พื้นบ้านใช้ฟากไม้ไผ่ ตี เป็นแผ่น ส่วน ข้างฝาผุพัง ไม่มีประตูบ้าน ห้องน้ำก็ไม่มี ไฟฟ้า ก็ไม่มี ต้องใช้ตะเกียงจุด เพื่อให้แสงสว่าง น้ำประปา ก็ไม่มี กิน  ซึ่งบ้านหลังเล็กไม่มีประตูบ้าน เวลาฝนตก ไม่คุ้มฝน ยิ่งกลางคืน นอนกันไม่ได้ทั้งคืน  เพราะบ้าน มีแต่รูรั่ว น่าเวทนาอย่างยิ่งนอกจากนี้ ในบ้านของ ดญ .ทั้ง 2 ไม่มีเครื่องสาธาณูปโภคใดๆ ทั้งสิ้น เวลากลางคืนจุดตะเกียง เวลาหุงข้าวต้องก่อไฟถ่านหุงข้าว บางวัน แทบไม่ได้กินข้าว เนื่องจากฐานะยากจนไม่มีเงินซื้อข้าวสารกิน บางวันกินข้าวกับน้ำปลา และเกลือ หากยายไปรับจ้างทำงานไม่ไหว หรือล้มป่วย 2 เด็กหญิงจะจูงมือกันไปขอข้าวเพื่อนบ้าน มาให้ยายและ ตัวเองกิน เพื่อประทังชีวิต  ซึ่งชาวบ้านแถวนั้น  เห็นในความยากลำบากเวทนาก็ให้อาหารมากินบ้าง

โดยนางโสม อยู่จาร์ต ผู้เป็นยาย กล่าวว่า พ่อแม่ของ เด็กหญิงทั้ง 2 แยกทางกัน ลูกสาว ได้นำ หลานทั้ง 2 มาทิ้งให้ตนเลี้ยง ไม่เคยส่งเสีย เงินทองทุกวันนี้ตนเองไปรับจ้างทำงานไม่ค่อยได้เนื่องจาก เป็นหวงหลานไม่มีใครดูแล หากไปทำงานก็จะต้องเอาหลานไปด้วย ซึ่งบางครั้งเด็กก็ไม่ได้ไปโรงเรียน เนื่องจาก ไม่มีเงินให้ไปกินขนม บางวัน หากไปรับจ้างไม่ไหว ต้องกินข้าวกับน้ำปลา หรือ เกลือ บางครั้งตนเองล้มป่วยเพราะอายุมากแล้ว หลานทั้ง 2 จะจูงมือพากินไปขออาหาร เพื่อนบ้าน มาให้ตนเองตัวหลานกินซึ่งทุกวันนี้ ยอมรับว่า สงสารหลานทั้ง 2 มาก ทุกวันนี้ครอบครัวตนเองมีรายได้เพียงแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเดือนละ 600 บาท จึงไม่พอที่จะใช้ โชคดีที่มีเพื่อนบ้านบางส่วนแบ่งปันอาหารให้เพื่อประทังชีวิตซึ่งตนเองยอมรับในความกตัญญูของหลานมาก ถึงแม้ตัวจะเล็กอายุน้อย แต่ก็ยังมีความกตัญญูต่อยายกลับมาจากโรงเรียนช่วยล้างจานเอี่ยมบ้างไม่เอี่ยมบ้าง เพราะเด็กตัวแค่นี้ สิ่งที่อยากได้คือ เรื่องบ้านเพราะไม่มีที่อยู่ อาศัยที่ว่างเปล่าซึ่งวัดธรรมกายมาซื้อทิ้งไว้แต่ไม่ได้ทำอะไรอาศัยอยู่ เวลาฝนตก ตนเองและหลานอีก 2 คนหลับฝนไม่ได้นอนทั้งคืนที่หลับที่นอนเปียกหมด อีกทั้งไฟฟ้าไม่มี ใช้ตะเกียงจุดเพื่อให้สว่าง ห้องน้ำก็ไม่มี

ด้านนายวิทยา เอี้ยงหมี ผอ. โรงเรียนชุมชนวัดหนองละค้อน กล่าวว่า น้องเป็นเด็กน่ารัก แต่ ฐานะครอบครัว น้องทั้ง 2 ยากจนมากน่าสงสาร  ซึ่งตนได้ติดตาม และให้ความช่วยเหลือ โดยมีรถรับส่งทางโรงเรียนไปรับไปส่งทุกวัน  ส่วนอาหารกลางวัน ทางโรงเรียนเรามี ให้อยู่แล้ว.น้องเรียนอยู่ชั้นอนุบาล อยากให้ผู้ที่ใจบุญช่วยสงเคราะห์น้องน้อง อีกทางหนึ่ง

ทางด้านนางสนอง ช้างคุ้ม อายุ 78 ปี กล่าวว่า  เด็กทั้ง2 น่าสงสารมาก บางวันไม่มีข้าวกิน  เนื่องจาก มีฐานะยากจนมาก  อีกทั้งยาย ก็ชราแล้ว ซึ่งเด็ก 2 พี่น้องหากยายไม่มีข้าวให้กินจะจูงมือกัน เดินมาขอข้าว หรือขนมกิน  ซึ่งชาวบ้านก็ ให้กันเพราะความสงสาร

หากมีผู้จิตศรัธาจะร่วมบริจาก ช่วยเหลือน้องเนยและน้องนิวบริจากได้ กองทุนเพื่อการศึกษา ของ ดญ.กรรณิการ์  จันทร์ดี กรุงไทย สาขาสาเหล็ก หมายเลขบัญชี  6360288214

ที่มา>>>ข่าวสด

หนุ่มเจ้าของโต๊ะสนุ๊ก แจกข้าวสาร-ควักเงินให้เด็ก ทำบุญวันเกิด

วันเกิดแจกข้าวสาร หนุ่มใหญ่บางปะกง วัย 50 เจ้าของกิจการโต๊ะสนุ๊กเกอร์ในอำเภอบางปะกง ทำบุญวันเกิดด้วยการแจกข้าวสาร 100 ถุง แจกเงินให้เด็กจำนวน 3,000 บาท และจะทำทุกวันที่ 29 ทุกเดือน

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 28 เมษายน 2559 นายมนตรี ทับจันทร์ อายุ 50 ปี เจ้าของโต๊ะสนุ๊กเกอร์จิ๊กโก๋ ภายในตลาดจตุจักรรุ่งเรือง เลขที่ 162/15 หมู่ 2 ต.บางสมัคร อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ได้จัดงานทำบุญเนื่องในวันเกิดตัวเองวันที่ 29 เมษายน โดยการแจกข้าวสาร น้ำดื่ม จำนวน 20 ชุด ข้าวสาร 5 กิโล 100 ถุง อาหารแห้งอีก 20 ชุดทั้งนี้ ประชาชนที่เดินไปมาในตลาดทราบข่าว ได้มายืนรอต่อแถวกว่า 200 คน เนื่องจากของมีจำนวนจำกัด ทำให้บางคนไม่ได้ข้าวสารติดมือกลับบ้าน ส่วนเด็กๆ ที่มาเข้าแถวได้รับเงินจำนวน 100 บาท จำนวน 30 คน

ด้านนายมนตรี ระบุเหตุที่แจกวันที่ 28 เมษายน เนื่องจากต้องไปเที่ยวกับครอบครัวในวันเกิดของตัวเองในวันที่ 29 เมษายน ซึ่งชาวบ้านบางส่วนที่ขอทำเรื่องยื่นชื่อคนพิการที่ไม่สามารถเดินทางมารับข้าวสารได้ ก็จะนำข้าวสารไปแจกเองที่บ้านของผู้พิการ สำหรับการทำบุญแบบนี้ทำให้ตัวเองและครอบครัวรู้สึกมีความสุขทั้งกายและใจ อีกทั้งอยากจะเป็นผู้ให้มากกว่าผู้รับ เพราะเชื่อว่ายังมีคนที่เดือดร้อนมากกว่าที่รอรับความช่วยเหลือ.

ที่มา>>>Thairath