(คลิป)ชนโครม! พ่วง18ล้ออัดหกล้อจั๋งหนับกลางแยก-พังยับเยิน รถติดระนาว

เมื่อเวลา 23.30 น. วันที่ 31 ส.ค. พ.ต.ท.ไพจิตร โคตรกล่ำ สารวัตรเวรสอบสวน สภ.สวนพริกไทย จ.ปทุมธานี รับแจ้งเหตุรถพ่วง 18 ล้อชนรถ 6 ล้อ บาดเจ็บ 2 ราย ที่บริเวณกลางแยกไฟแดงเทคโน หน้ามหาวิทยาลัยปทุมธานี ต.บ้านกลาง อ.เมือง จ.ปทุมธานี รุดไปตรวจสอบพร้อมมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง  ที่เกิดเหตุพบรถพ่วง 18 ล้อ ทะเบียน 70-4195 ราชบุรี ลูกพ่วงทะเบียน 70-4196 ราชบุรี บรรทุกม้วนกระดาษขนาดใหญ่ 12 ม้วน สภาพรถด้านหน้าเสียหายยับ คนขับชื่อนายภาสกร วงษ์พัฒน์ อายุ 26 ปี บ้านเลขที่ 17/4 หมู่ 6 ต.วังศาลา อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี บาดเจ็บที่หน้าอกอัดกับพวงมาลัย เนื่องจากชนกับรถหกล้อ ทะเบียน 70-8709 เพชรบุรี คนขับชื่อนายเดชณรงค์ ดามะหาด อายุ 36 ปี บ้านเลขที่ 29 หมู่ 10 ต.ดอนกลาง อ.โกสุมพิสัย จ.มหาสารคาม บาดเจ็บจากแรงกระแทก เจ้าหน้าที่นำตัวทั้งสองคนส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอสไปก่อนแล้ว ด.ต.วีรภัทร ใจงาม ผบ.หมู่งานจราจร สภ.สวนพริกไทย กล่าวว่า ตนนั่งอยู่ในป้อมแยกเทคโน ช่วงนั้นมีฝนตก ได้ยินเสียงดังโครม จึงเดินออกมาดู พบรถพ่วงชนกับรถหกล้อ ทั้งนี้ ดูภาพกล้องวงจรปิด รถหกล้อวิ่งมาจากถนน 347 มุ่งหน้าปทุมธานี ส่วนรถพ่วงวิ่งจากสะพานปทุมธานี 1 มุ่งหน้ารังสิต เมื่อถึงที่เกิดเหตุเป็นบริเวณแยกไฟแดงเทคโนจึงชนกัน มีผู้บาดเจ็บเล็กน้อย 2 ราย  ด้านพ.ต.ท.ไพจิตร มาตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมประสานจราจรระบายรถติด เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาประมาทร่วม เนื่องจากขณะเกิดเหตุเป็นช่วงหลัง 22.00 น. บริเวณแยกเทคโนจากสัญญาณไฟเขียวไฟแดง จะเปลี่ยนเป็นไฟเหลืองกระพริบ ฉะนั้นผู้ที่ใช้เส้นทางต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง

ที่มา>>>ข่าวสด

บอกเพื่อนครั้งสุดท้าย!! จะไปซื้อของ ทหารหนุ่มดับสยองคาจยย.-เร่งสอบกล้องวงจรปิด

 เมื่อเวลา 02.45 น. วันที่ 31 ส.ค. ร.ต.อ.นิติพงษ์ มีคำ รอง.สว.สอบสวน สภ.สวนพริกไทย ได้รับแจ้งมีรถจักรยานยนต์ถูกชน เหตุเกิดบริเวณใต้ทางด่วนถนนรังสิตปทุมฯ มุ่งหน้ารังสิต หมู่ 1 ตำบลบ้านกลาง อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ ร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชาย 1 ราย ทราบชื่อ คือ สิบเอกแสงสุรีย์ เหลืองการ อายุ 31 ปี อยู่ ต.ท่าหลวง อ.พิมาย จ.นครราชสีมา เสียชีวิตขณะอยู่บนรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีฟ้า หมายเลข ทะเบียน ฬฉว-448 กรุงเทพฯ สภาพศพศีรษะมีแผลฉกรรจ์ แขนและขาด้านซ้ายหัก จากการสอบสวนทราบว่าเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร ที่มาประจำในพื้นที่ปทุมธานี ใกล้กับจุดเกิดเหตุ โดยเพื่อนๆ บอกว่าผู้ตาย ได้ออกมาซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อ และกำลังจะกลับเข้าที่พัก แต่ไม่ทราบว่าผู้ตายขับรถไปชนกับรถชนิดใด เนื่องจากไม่พบคู่กรณี เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อยู่ระหว่างสอบสวน หาสาเหตุและติดตามหาภาพจากกล้องวงจรปิดในเส้นทาง เพื่อติดตามคู่กรณี เจ้าหน้าที่จึงมอบศพผู้เสียชีวิตให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตร ยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิตเพื่อหาสาเหตุการตาย ก่อนให้ญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โกงความตาย! รถบัสพุ่งชนป้ายรถเมล์พังเละ สาวยืนรออยู่…รอดปาฏิหาริย์ (คลิป)

 เว็บไซต์ เร็นทีวี ของรัสเซียนำเสนอภาพกล้องวงจรปิดวินาทีเฉียดตาย ขณะที่รถเมล์วิ่งมาด้วยความเร็วสูง พุ่งชนป้ายรถเมล์พังเสียหายยับเยิน และเฉียดผู้หญิงที่รอป้ายเพียงนิดเดียว โดยได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ในเมืองนิจนีนอฟโกรอดของรัสเซีย เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ข่าวระบุว่า รถเมล์คันดังกล่าวยังวิ่งไปชนรถเก๋งที่จอดรถสัญญาณไฟข้างหน้า จนเป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บทั้งหมด 10 ราย โดย 1 ราย เสียชีวิตหลังนำส่งโรงพยาบาลแล้ว

ที่มา>>>ข่าวสด

นร.หญิง”สตรีนนท์”ชี้จุดโดน”ฟอร์จูนเนอร์สีดำ”ดักฉุดตรงศาลากลางหลังเก่า

จากกรณีที่นายธนะสิทธิ์ ศิริวรธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนสตรีนนทบุรี ได้โพสต์ลงในไลน์กลุ่มครูโรงเรียนสตรีนนทบุรี ว่า เรียนคุณครูสตรีนนทบุรีทุกท่านครับเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคมเกิดเหตุคนร้าย 3 คนขับฟอร์จูนเนอร์สีดำจำทะเบียนไม่ได้จับตัวนักเรียนหญิงชั้นม.6 ขณะออกจากบ้าน เดินทางมาโรงเรียนโดยเหตุเกิดบริเวณท่าน้ำนนท์ใกล้กับศาลากลางหลังเก่านักเรียนถูกบังคับ จับขึ้นรถวิ่งตามถนนพิบูลสงครามช่วงเวลาดังกล่าวรถติดค่อนข้างมากคนร้ายกลับ รถบริเวณใกล้กับคอนโดลุมพินี ย้อนกลับไปทางสะพานพระราม 5 นักเรียนพยายามร้องให้คนช่วยเหลือและต่อสู้ดิ้นรนจนสามารถเปิดประตูรถและใช้ เท้าคาประตูรถไว้ ทำให้ประตูปิดไม่ได้ และเนื่องจากรถติดคนร้ายเห็นท่าไม่ดี จึงถีบนักเรียนจนตกลงจากรถและขับรถหลบหนีไป โดยนักเรียนได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผู้ปกครองได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว จึงเรียนข้อมูลมาเพื่อให้คุณครูทุกท่านได้เฝ้าระวังแจ้งเตือนนักเรียน  แจ้งเพื่อนครูแจ้งผู้ปกครองรับทราบเพื่อช่วยกันป้องกัน ให้คุณครูที่ปรึกษากำชับให้นักเรียนระมัดระวังโดยเฉพาะช่วงเวลาเดินทางมา เรียนหรือกลับบ้าน และแนะนำวิธีการเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ด้วย ขอแจ้งหน้าเสาธงชาติวันเปิดเรียนด้วยจากผอ.ธนสิทธิ์แจ้งเมื่อ 20 สิงหา 2559  ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบที่สภ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ทราบว่า ทางผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้เข้าแจ้งความกับร.ต.อ.หญิงอาทิติยา ภิบาล เมื่อเวลา 12.00 น.วันที่ 21 ส.ค.59  โดย ทางพ.ต.อ.ปัณณพัฒน์ เดชโชติพิสิฐ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนออกตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามจุดต่าง ๆ ทันที เพื่อหารถฟอร์จูนเนอร์คันที่ก่อเหตุ เนื่องจากทางผู้บังคับบัญชาให้ความสนใจ และมีการแชร์และส่งต่อทางไลน์ ระหว่างครู และผู้ปกครอง ในกลุ่มเด็กนักเรียน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการแจ้งความดำเนินคดี ได้มีมารดาของนักเรียนคนดังกล่าว เป็นผู้มาแจ้งที่สภ.เมืองนนทบุรีในช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยระบุว่าลูกสาวเป็นนักเรียนชั้น ม.6 วัย 17 ปี เป็นเด็กมีความประพฤติดี โดยเหตุเกิดประมาณ 06.00 น.วันที่ 19 ส.ค. เด็กนักเรียนหญิงข้ามเรือมาจากฝั่งบางศรีเมืองขึ้นที่ท่าน้ำนนทบุรี แวะรับประทานอาหารเช้า จากนั้นก็เดินไปโรงเรียนไปตามถนนที่อยู่ด้านข้างของศาลากลางจังหวัดนนทบุรีหลังเก่า ซึ่งเป็นถนนสายแคบๆ ระหว่างเดินเข้าไปได้ประมาณ 100 เมตร ก็มีรถฟอร์จูนเนอร์สีดำขับเข้ามาจอดเทียบ คนในรถเปิดประตูลงมาฉุดเอาตัวนักเรียบนขึ้นไปบนรถทางด้านเบาะหลังแล้วปิดประตูขับออกไป โดยภายในรถมีคนขับอยู่ด้านหน้าเพียงคนเดียว ที่เบาะหลังมี 2 คน บังคับให้ก้มหน้า สำหรับนักเรียนคนดังกล่าวนั่งชิดประตูด้านซ้าย

คนในรถพูดแต่เพียงว่า “เดี๋ยวจะไปส่งให้ถึงที่” พอรถเลี้ยวเข้าสู่ถนนนใหญ่คนร้ายก็เริ่มผ่อนคลาย ยอมให้ลุกขึ้นมานั่งปกติ แต่ให้หันหน้าออกไปด้านนอก จังหวะนั้นเป็นช่วงที่รถติดมาก เด็กก็เลยตัดสินใจเปิดประตูรถ กระโดดหนีลงมา แต่ถูกคนร้ายตามยื้อยุดอยู่สักพัก แต่สุดท้ายเด็กก็วิ่งหนีมาได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ นร.หญิงที่ประสบเหตุได้เดินทางไปที่โรงพักและพาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่เกิดเหตุโดนรถเก๋งฟอร์จูนเนอร์ฉุดที่บริเวณศาลากลางหลังเก่า โดยเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมบริเวณดังกล่าวไว้ด้วย

ที่มา>>>ข่าวสด

แตกตื่นระทึก! คนขับรถเมล์ช็อกตายคาพวงมาลัย ผู้โดยสารโดดบังคับรถวุ่น (คลิป)

เว็บไซต์ ซีซีทีวี ของทางการจีนรายงานว่า ผู้โดยสารรถเมล์แตกตื่นกันจ้าละหวั่น เมื่อจู่ๆ นายซ่ง อายุ 42 ปี คนขับรถเมล์ เกิดอาการช็อกกะทันหัน ในเมืองผูเถียน มณฑลฝูเจี้ยน ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน เมื่อเช้าวันที่ 15 ส.ค.

กล้องวงจรปิดในรถเมล์เผยให้เห็นนายซ่งหมดสติไป หลังขับออกจากป้ายรถเมล์ไม่ไกลนัก จนรถหักโค้งไปทางซ้าย ผู้โดยสาร 2 คน จึงรีบเข้าไปเหยียบเบรกและดึงกุญแจออกมา ก่อนช่วยกันจับพวงมาลัยบังคับรถให้เข้าป้ายรถเมล์อย่างปลอดภัย  อย่างไรก็ตาม ไม่สามารถยื้อชีวิตคนขับรถเมล์เอาไว้ได้

ที่มา>>>ข่าวสด

สลด!กระบะซิ่งชนจยย. 2 พ่อลูกดับขับหลบหนี ตร.เช็กวงจรปิดล่าตัว

 เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 ก.ค. พ.ต.ท.สุรจิต ตะกรุดเดิม รอง ผกก.ป.สภ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช ร่วมกับ ร.ต.อ.วีรยุทธ แซ่ลิ้ม ได้สำรวจภาพจากกล้องวงจรปิดจากกรณีรถกระบะ ชนกับรถ จักรยานยนต์มีสองพ่อลูกเสียชีวิต ที่ถนนสายบ้านแพน-บางขัน ม.6 ต.บางขัน อ.บางขัน เมื่อช่วงเย็นวันที่ 6 ก.ค. แล้วขับหลบหนีไป โดยผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุคือนายพงศ์ศักดิ์ สุดชู อายุ 43 ปี และ ด.ญ.พรระวีย์ สุดชู อายุ 10 ขวบ อยู่บ้านเลขที่ 36 ม.7 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน จ.นครรีธรรมราช และด.ญ.ไก่ (นามสมมติ) วัย 6 ขวบ ได้รับบาดเจ็บ จากการสอบสวน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ก่อนเกิดเหตุนายพงศ์ศักดิ์ขับรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อห้อฮอนด้า โซนิค สีเทา ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ไปรับด.ญ.พรระวีย์ที่โรงเรียน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีรถกระบะสี่ประตู สีบรอนซ์เงิน ไม่ทราบยี่ห้อและหมายเลขทะเบียน ขับมาด้วยความเร็วเสียหลักพุ่งชนอย่างจัง จนร่างสองพ่อลูกกระเด็นพลัดตกลงมาเสียชีวิตคาที่ จากนั้นรถกระบะก็ขับหลบหนีไปด้วยความเร็ว เจ้าหน้าที่จึงเร่งทำการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อติดตามคนขับรถกระบะคันดังกล่าว มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

โคตรเลว! ล่าโจรหื่นบุกปล้ำเลขาสาวสวย เหยื่อบอกเป็นเมนส์เลยบังคับใช้ปากแทน!!

เมื่อเวลา 05.00 น.วันที่ 18 มิ.ย. ร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี รับแจ้งเหตุหญิงสาวถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืนและลักทรัพย์สิน เหตุเกิดในห้องพักแพนเดีย  ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนรีบรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักชั้นสองห้อง พบ น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี อาชีพเลขานุการร้านอาหารแห่งหนึ่งในเมืองพัทยา อยู่ในอาการหวาดกลัวร้องไห้ฟูมฟาย ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกคนร้ายพยายามจะข่มขืน แต่ตนเองกลอุบายเอาตัวรอดคนร้ายมาได้ ก่อนที่คนร้ายจะลักทรัพย์เป็นเงินสด 3,000 บาท และปีนระเบียงหลังห้องหลบหนีไปตามหลังคา เมื่อตั้งสติได้จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว14662240731466224301l น.ส.เมย์ (นามสมมุติ) เล่าว่าหลังเลิกงานตนได้กลับมานอนที่ห้องพักเพียงลำพัง จนกระทั่งเผลอหลับไป สักพักได้ยินเสียงแปลกๆ ตนไม่ได้เอะใจคิดว่าเสียงลมพัดเพราะขณะนั้นมีฝนตกอย่างหนัก จนกระทั่งสังเกตเห็นเงาตะคุ้มเข้ามาประชิดตัวพร้อมเอามือปิดปาก พร้อมกับข่มขู่ว่าถ้าไม่อยากเจ็บตัวอย่าส่งเสียงแค่ต้องการจะมีอะไรด้วยเท่านั้น แต่หนูใช้อุบายโกหกว่าเป็นประจำเดือน จนคนร้ายหลงเชื่อจึงบังคับให้ใช้ปากอมอวัยวะเพศจนสำเร็จความใคร่ หลังจากนั้นคนร้ายก็ได้หยิบเงินในกระเป๋าแล้วรีบหลบหนีไปดังกล่าว เบื้องต้นร.ต.ท.หญิง เกวลีศิริ ผาสุขธนไพศาล รองสว.สอบสวน เจ้าของคดี ยังมีข้อสงสัยในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามได้ประสานให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณจุดเกิดเหตุเพิ่มเติมเชื่อว่าคนร้ายน่าจะอาศัยอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ เพื่อไล่ล่าโจรหื่นกามรายนี้มาดำเนินคดีอย่างเร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

2 มือปืนประกบยิงหนุ่มใหญ่เกาะสมุย กระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า

หนุ่มใหญ่สุราษฎร์ จอดรถทำธุระ เจอคนร้ายยิงกระสุนตุงท้ายทอย อาการโคม่า พบประวัติเอี่ยวคดียานรก พยานเผย เห็น 2 คนขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากที่เกิดเหตุ คาดเป็นคนร้าย ขณะ ตร.บ่อผุด สันนิษฐานอาจเป็นมือปืนรับจ้าง

เมื่อเวลา 22.40 น. วันที่ 11 พ.ค. 59 พ.ต.ต.อุดมศักดิ์ ทัพภะ สว.สส.สภ.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้บาดเจ็บ บริเวณหน้าธนาคารถนนทวีราษฎร์ภักดี (ถนนสายรอบเกาะสมุย) ก่อนถึงสามแยกไฟแดงทางเข้าตลาดดาวซีฟู้ดจึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมกับ พ.ต.อ.เทเวศร์ ปลื้มสุทธิ์ ผกก.สภ.บ่อผุด และกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนชายถูกยิง เสียชีวิตคาเบาะรถ ที่เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ สีขาว ทะเบียน กธ 5160 สุราษฎร์ธานี จอดอยู่ริมถนน ตรวจสอบพบภายในรถมีเลือดกระจายอยู่บริเวณเบาะฝั่งคนขับและพื้นถนนเป็นจำนวนมาก พบหัวกระสุนปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 2 หัว ตกอยู่ และมีปลอกกระสุนปืนขนาด 11 มม. จำนวน 3 ปลอก ตกอยู่บนถนนห่างจากรถที่เกิดเหตุประมาณ 3 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนคนเจ็บพลเมืองดีได้นำส่ง รพ.กรุงเทพสมุย ไปก่อนหน้านี้แล้ว ทราบชื่อ นายสุวรรณ อนุอินทร์ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 54/4 ม.5 ต.บ่อผุด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ถูกยิงเข้าบริเวณใต้คางขวากระสุนทะลุแก้มซ้าย 1 นัด และที่ปากกระสุนฝังบริเวณท้ายทอย 2 นัด อาการยังไม่พ้นขีดอันตราย โดยก่อนเกิดเหตุ นายสุวรรณ ขับรถมาจอดรถริมถนนเพื่อจะลงมาทำธุระ ก่อนที่คนร้ายจะเข้าก่อเหตุกระหน่ำยิงดังกล่าว

จากการสอบถามชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ขณะนั่งอยู่ภายในบ้านได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 4 นัด จึงะวิ่งออกมาดูพบชาย 2 คน ซ้อนรถจักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีขาวแดง (ไม่ทราบทะเบียน) เร่งเครื่องหนีออกจากที่เกิดเหตุ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายยิงคนเจ็บ จึงโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้าตรวจสอบ และนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลปลอกกระสุนตกในที่เกิดเหตุ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานเบื้องต้นว่า คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุมีความชำนาญในการใช้อาวุธปืน และการยิงที่แม่นยำ คาดว่าผู้ที่ก่อเหตุอาจเป็นมือปืนรับจ้าง ส่วนประเด็นสาเหตุอาจจะเกิดจากการขัดแย้งผลประโยชน์บางอย่าง เพราะจากการตรวจสอบในรถของผู้บาดเจ็บ พบเอกสารการประกันตัวในชั้นศาล คดียาเสพติดของผู้บาดเจ็บด้วย

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ต้องตรวจสอบประวัติผู้ที่ถูกยิงอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุที่แน่ชัดในการตามประกบยิงในครั้งนี้ โดยทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ทิ้งประเด็นอื่นๆ ซึ่งหลังจากนี้ จะมีการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุเพื่อหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

ผมไม่ใช่คนเลวร้าย! มือปาหินน้อยใจถูกประณาม ยันโดนด่าให้ไปตาย

มือปาหินใส่รถเก๋งพ่อแม่ลูกชนเสาไฟฟ้าข้างทางที่ภูเก็ต วอนสังคมอย่าประณาม ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในที่เกิดเหตุ สารภาพบันดาลโทสะ ทั้งถูกปาดหน้า ตะโกนด่าให้ไปตาย และไม่รู้ว่าในรถมีเด็ก ชี้เป็นอุทาหรณ์ของผู้ใช้รถใช้ถนน…

เมื่อวันที่ 4 พ.ค.2559 ที่ห้องประชุมชั้น 2 สภ.เมืองภูเก็ต พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง สว.สส.สภ.เมืองภูเก็ต ร่วมกันแถลงข่าวคดีทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสและทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อช่วงเที่ยงวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาบริเวณ ถ.เทพกระษัตรี ตรงข้ามซอยแหลมหิน ต.รัษฎา อ.เมือง โดยผู้ต้องหาคือ นายอนุชา ยีมูดา อายุ 20 ปี ใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋งมาสด้า 2 สีขาว ทะเบียน กบ 5271 ภูเก็ต จนเป็นเหตุให้รถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง มีผู้บาดเจ็บสาหัสและทรัพย์สินส่วนบุคคลเสียหายภาพจากกล้องวงจรปิด จับภาพผู้ต้องหาในคดีใช้ก้อนหินปาใส่กระจกรถเก๋ง

พ.ต.อ.พีระยุทธ การะเจดีย์ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต กล่าวว่า หลายคนคงทราบกันดีแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะสาเหตุขับรถปาดหน้ากัน ด่าทอกัน จนเกิดบันดาลโทสะ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุและมีผู้บาดเจ็บ ซึ่งมีการนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดไปเผยแพร่ตามโซเชียลมีเดียต่างๆ แล้ว คดีก็ว่ากันไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะมีคดีอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการสอบสวน แต่จากการพูดคุยกับนายอนุชา ผู้ต้องหา พบว่าทำไปเพราะเหตุบันดาลโทสะ หลังจากถูกขับรถปาดหน้าและถูกต่อว่า ซึ่งเป็นสิทธิ์ของผู้ถูกกล่าวหาในการให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนสภาพของรถเกิดอุบัติเหตุชนเสาไฟฟ้าข้างทาง และมีผู้บาดเจ็บสาหัส

ขณะที่ นายอนุชา กล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้อยใจว่า ตนเองไม่ใช่คนเลวร้ายอย่างที่คนในโลกโซเชียลกล่าวหา หรือ ประฌาม เหตุการณ์ดังกล่าวตนเองต้องการที่จะขี่รถไปบอกคนขับรถเก๋งให้ขับรถดีๆ มิฉะนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้อื่นได้ แต่คนขับกลับไม่ฟังและยังต่อว่ากลับมา ทำให้ตนเองเกิดบันดาลโทสะหยิบก้อนหินข้างถนนขว้างปาใส่รถ และไม่คิดว่าในรถจะมีเด็ก ถ้ารู้คงไม่ทำอย่างแน่นอน ถ้ายังทำ ตนก็ไม่ใช่คนแล้ว ส่วนคนที่วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่มีใครอยู่ในที่เกิดเหตุ จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นไร ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร จึงไม่สมควรที่จะมาวิจารณ์หรือประฌามในสิ่งที่ไม่จริง หรือเกินความเป็นจริง ซึ่งสิ่งที่ตนเองทำลงไป ยอมรับว่าโมโห แต่ขอวอนสังคมพิจารณาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้ง 2 ด้าน พร้อมกับขอความเป็นธรรมให้กับครอบครัวที่ไม่เกี่ยวข้องด้วย

“ขอฝากไปยังผู้ใช้รถใช้ถนนร่วมกัน อย่าใจร้อน หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยกัน มิฉะนั้นจะเป็นเหมือนผม ที่ต้องกลายเป็นผู้กระทำผิด” นายอนุชา กล่าว.

ที่มา>>>Thairath

แม่ร่ำไห้ ร้อง ‘มูลนิธิปวีณา’ ลูกชายถูกแทงเสียชีวิต คดีไม่คืบ!

คุณแม่เหยื่อถูกแทงดับ ขอความเป็นธรรมให้ลูกชาย หลังถูกแทงตายคดีไม่คืบหน้า ปวีณา พาเข้าพบ ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี  ตร.เผย ได้ภาพผู้ลงมือก่อเหตุแล้ว ทางพนักงานสอบสวนขออนุมัติ ตามรูปภาพแล้ว ยันทำงานอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 59 นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พร้อมด้วย นางลลิดา ศรีวรนันท์ แม่ของนายอนันดา ศรีวรนันท์ อายุ 18 ปี เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามถามความคืบหน้าคดีที่นายอนันดา ถูกคนร้ายวัยรุ่น 2 คน ก่อเหตุใช้มีดจ้วงแทงนายอนันดา ขณะกำลังเดินเข้าห้องน้ำในปั๊ม ปตท. ถนนกรุงเทพ-นนท์ ต.บางเขน อ.เมืองนนทบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัสและต่อมาเสียชีวิตที่ รพ.เกษมราษฎร์ ประชาชื่น

เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก. พ.ต.ท.ปัณณพัฒน์ เดชโชคพิสิฐ รอง ผกก.สส.พ.ต.ต.ศุภชัย ศรีศักดิ์ สว.สส. ร.ต.อ.สายทอง วงศ์ชา พนักงานสอบสวนเจ้าของคีได้นำข้อมูลและสำนวนคดี มาชี้แจงความคืบหน้าคดี จะขอร้องให้สื่อมวลชนออกจากห้องประชุม เนื่องจากไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลสำนวนได้ และขอชี้แจงถึงขั้นตอนและรายละเอียดในการติดตามตัวคนร้ายให้นางปวีณา และนางลลิดา ทราบถึงความคืบหน้า หลังใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็เปิดให้สื่อมวลชนเข้ามาบันทึกภาพพร้อมชี้แจงความคืบหน้าของคดี

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พา นางลลิดา ศรีวรนันท์ แม่ของนายอนันดา ศรีวรนันท์ อายุ 18 ปีเข้าพบ พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดี

พ.ต.อ.มนตรี เทศขัน ผกก.สภ.เมืองนนทบุรี กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและสอบสวนได้ลงมือทำงานกันอย่างเต็มที่ มีการสอบพยานและตรวจสอบกล้องวงจรปิดที่อยู่ในปั๊ม จนได้ภาพผู้ลงมือก่อเหตุซึ่งทางพนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติศาลจังหวัดนนทบุรีออกหมายจับตามรูปภาพแล้ว โดยเฉพาะการติดตามเพราะเห็นว่าผ่านมาหลายวัน แต่ทางตำรวจยังไม่สามารถจับกุมตัวคนร้ายได้ เกรงว่าคดีจะไม่มีความคืบหน้า หลังเดินทางมารับฟัง ผกก.ชี้แจงแล้วรู้ว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ และมีการออกหมายจับผู้ต้องสงสัยแล้วก็รู้สึกสบายใจ รวมทั้งแม่ของน้องพอทราบว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ก็พอใจและเข้าใจในการทำงานของตำรวจ

“ขณะที่เดินทางมาพบตำรวจ ก็มีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของเพื่อนผู้ตายที่เดินทางมาด้วย โดยทางปลายสายได้มีการพูดขู่ว่าถ้าแจ้งตำรวจกูจะมาจัดการอีก จึงได้มอบข้อมูลให้กับเจ้าหน้าที่ไปเพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการติดตามผู้ก่อเหตุ” พ.ต.อ.มนตรี กล่าว.

ที่มา>>>Thairath