บุกจับ “บ่อนเจ๊จง” นักพนันแตกฮือวิ่งหนี รวบได้แค่ 7 คน ผงะ! เจอประตูลับซ่อนไว้

วันที่ 27 ส.ค. จ.ส.อ.อนันต์ เมฆปั้น หัวหน้าชุด ชป.ยก.เขตธัญบุรี จ.ปทุมธานี พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย เข้าบุกจับกุมบ่อนไฮโล ภายในบ้านเลขที่ 5/7 หมู่ 1 ถนนเลียบคลองสี่ ตรงข้ามศูนย์กีฬาชุมชน อบต.บึงยี่โถ ต.บึงยี่โถ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี

โดยพบว่าเป็นบ้านพักเปิดเป็นบ่อนลักลอบเล่นการพนัน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนาม “บ่อนเจ๊จง” พบว่าที่หน้าประตูบ้านเป็นประตูเหล็กถูกล็อคจากภายใน เมื่อเข้าไปภายในบ้านพบว่ามีการสร้างห้องลับ เฉพาะนักพนันเข้าเล่นภายในห้อง และยังพบว่ามีประตูลับเป็นประตูเล็กๆ สูงประมาณ 1.20 เมตร กว้างประมาณ 50 ซม. สร้างเป็นประตูเปิด-ปิดได้ ทำให้นักพนันสามารถวิ่งหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ออกไปด้านหลังของบ้านได้

เบื้องต้นคาดว่าสามารถหลบหนีไปได้ประมาณกว่า 10 คน คงเหลือนักพนันที่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ จำนวน 6 คน เป็นชาย 4 คน หญิง 2 คน พร้อมด้วยเจ้าของบ้าน ทราบชื่อคือ นายประหยัด นาคชัย อายุ 59 ปี ซึ่งรับเป็นเจ้าของบ้าน นายทวี เฉยช้า อายุ 61 ปี นายราเชนทร์ พิลาไชย อายุ 51 ปี น.ส.เสาวลักษณ์ อบรม อายุ 45 ปี น.ส.สมพร ปั้นทอง อายุ 49 ปี นายสมชาย เสริมศาสตร์ อายุ 52 ปี และ นายเมียด เอี่ยมสำอางค์ อายุ 50 ปี พร้อมด้วยของกลางแผ่นบอกแต้ม จำนวน 1 ใบ ลูกเต๋า 3 ลูก ถ้วยพร้อมฝาครอบ 1 ชุด เงินสด 750 บาท และรถจักรยานยนต์ 5 คัน จึงตรวจยึดไว้ ก่อนควบคุมตังทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ธัญบุรี

จ.ส.อ.อนันต์ กล่าวเปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านว่าบริเวณดังกล่าว มีการลักลอบเล่นการพนัน ซึ่งนักพนันส่วนใหญ่เป็นคนงาน พนักงาน และชาวบ้านในละแวกดังกล่าว กระทั่งสืบทราบว่ามีการลักลอบเปิดเล่นพนันประเภทไฮโล และไพ่ เปิดให้เล่นมานานแล้ว จะรู้จักกันว่า “บ่อนเจ๊จง” ซึ่งจะเปิดประตูให้นักพนันที่รู้จักกันเข้าไปภายในเท่านั้น ส่วนคนแปลกหน้าจากที่อื่นเข้ามาจะไม่เปิดประตูให้ อีกทั้งจะมีกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้ที่หน้าบ้าน เพื่อตรวจสอบดูคนแปลกหน้า และคอยดูเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุม

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าจับจึงยากแก่การบุกเข้าไปภายในห้อง เนื่องจากมีการล็อคที่ประตูหน้าบ้าน และปิดล็อคประตูห้องภายในบ้านอย่างแน่นหนา จึงเข้าไปได้ยาก ทำให้นักพนันหนีการจับกุมไปได้กว่า 10 คน อย่างไรก็ตามจะได้ติดตามตรวจสอบนักพนันได้เพิ่มอีก เนื่องจากได้ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ของนักพนันที่นำมาจอดไว้ที่บ้านหลังดังกล่าวไว้ 5 คัน

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

เปิดคำสารภาพอดีตสิบเอก! นาทีดักอุ้มน้องพลอยไปฆ่าเผานั่งยาง แถมอ้างน้องโดดรถเอง!!

คดีน้องพลอย หรือ น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล อายุ 28 ปี เริ่มคลี่คลายเป็นรูปเป็นร่างหลังหายตัวปริศนาไร้ชะตากรรมนานถึง 3 ปี โดยเฉพาะนางพัชรี ปั้นทอง ผู้เป็นแม่ที่เฝ้ารอคอยลูกสาวที่รู้จะเป็นตายร้ายดีอย่างไรอีกทั้งเรื่องคดีความที่เข้าแจ้งความไว้ที่สภ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุยา จนต้องเข้ายื่นหนังสือร้องต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. เพื่อให้เร่งรัดติดตามจับกุมคนที่ลักพาตัวลูกสาวไปกว่า 3 ปี ที่ศูนย์บริการประชาชนเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมา

นางพัชรีระบุว่า ถ้าบุตรสาวยังอยู่จะมีอายุ 28 ปีได้หายตัวไปขณะเดินทางกลับจากที่ทำงานเมื่อเดือนพ.ค. 2557 โดยมีหลักฐานชี้ว่า ส.อ.พลกฤต วิเศษ เป็นผู้ที่ลักพาตัวบุตรสาวไปเนื่องจากวันเกิดเหตุมีภาพจากกล้องวงจรปิดว่าส.อ.พลกฤต ได้ไปจอดรถดักรอแถวที่ทำงานลูกสาว หลังจากวันนั้นก็ขาดการติดต่อกับลูกสาวและส.อ.พลกฤต ก็หายตัวไปจึงได้ไปแจ้งความไว้ที่สน.ท่าเรือ จนเวลาผ่านมากว่า 3 ปีแล้วยังไม่รู้ชะตากรรมลูกสาวว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร

จุดเริ่มต้นคดีอุ้มฆ่าโหด ถูกเปิดขึ้นเมื่อส.อ.พลกฤต วิเศษ อดีตทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ถูกให้ออกจากราชการเมื่อปี 2557 ทนหนีซ่อนตัวอยู่ในป่าอ้อย หลังวัดหนองไม้ไผ่ อ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ตั้งแต่คืนวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมาไม่ไหวยอมออกมามอบตัว ก่อนยอมสารภาพความจริง “ได้ฆ่าน้องพลอยแล้วทิ้งศพไว้ในพื้นที่อ.แก่งคอย จ.สระบุรีไปนานแล้ว”

คำรับสารภาพจากอดีตนายสิบคนนี้ ระบุว่า เมื่อเดือนพ.ค.2557 ขับรถยนต์นิสสันเซลฟี่ไปรับน้องพลอยบริเวณหน้าโรงงานซีพีเอฟ อ.ท่าเรือ จ.อยุธยา ซึ่งขณะนั้นมีปัญหาระหองระแหงกัน เนื่องจากเกรงว่าน้องพลอยจะไปปันใจให้กับชายอื่นจึงไปรับตัวมาขึ้นรถพร้อมนำรถจักรยานของน้องพลอยขึ้นมาด้วย โดยตัวของน้องนั่งด้านหลังระหว่างทางมีการพูดคุยกันเเละตัวเองต้องการให้น้องพลอยหนีมาอยู่กับตัวเอง เนื่องจากก่อนหน้านี้ได้เข้าไปขอน้องพลอยกับเเม่แล้ว แต่เเม่ไม่ยกลูกสาวให้จึงมาชิงตัวขึ้นรถ

“ระหว่างทางเเม่โทรตามตัวน้องพลอยถึง 2 ครั้ง ครั้งที่ 2 ทำให้ตัวเองรู้สึกโกรธจึงขว้างโทรศัพท์ทิ้ง ซึ่งขณะนั้นรถกำลังเเล่นอยู่และมีการตบตีกันอยู่ๆน้องพลอยเปิดประตูกระโดดลงจากรถผมจึงหยุดเเล้วเดินลงไปดูพบว่าร่างของน้องมีอาการสาหัสเเล้ว จึงนำตัวมาขึ้นรถก่อนจะกลับไปเอายางรถยนต์ที่บ้านและซื้อน้ำมันพร้อมเดินทางมุ่งหน้าไปที่สระบุรีทันที และเมื่อมาถึงบริเวณเขาหินซ้อน อ.เเก่งคอย จ.สระบุรี นำร่างของน้องลงจากรถแล้วใช้นั่งยางเผาทันที จากนั้นนั่งมองดูอยู่ระยะหนึ่งก่อนนำเอาทรัพย์สินที่ติดตัวมากับน้องทิ้งลงระหว่างทาง เเล้วหลบหนีไปจนมีคนพบศพเมื่อปลายเดือนพ.ย. 2557 ซึ่งก็ไม่มีใครรู้ว่าเป็นศพของน้องพลอย แต่ผมจำได้เนื่องจากมีสีเหล็กดัดฟันเเละเสื้อผ้าบางส่วนจนตำรวจมาติดตามจับกุมตัววันนี้จึงยอมรับสารภาพในที่สุด” อดีตสิบเอก เผย นาทีเผานั่งยางน้องพลอย

หลังคำรับสารภาพผู้ต้องหา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผบ.ตร. เดินทางไปดูสำนวนคดีที่ สภ.แก่งคอย ทันทีและพบว่า มีเหตุฆ่าเผาศพริมถนนสายแก่งคอย-แสลงพัน ระหว่างหลัก ก.ม.15-16 หมู่ที่ 2 ต.ท่าคล้อ อ.แก่งคอย จ.สระบุรี จริงโดยพบหลักฐานชิ้นส่วนของผู้ตายในที่เกิดเหตุ ตามที่ส.อ.พลกฤต สารภาพจึงเชิญนางพัชรี มาเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอไว้เปรียบเทียบกับเศษชิ้นส่วนศพที่ถูกเผาอยู่ริมถนนว่าใช่น้องพลอยหรือไม่

ใกล้ปิดฉากคดีฆ่าโหดจากปมพิษรักแรงหึง ซึ่งก่อนหน้าแม่ของน้องพลอยบอก ว่ารอลูกมา 3 ปี ส่งข้อความหาลูกทุกวันแม้ลูกจะไม่ตอบ โดยไม่รู้ว่าลูกสาวได้เสียชีวิตไปแล้ว

ที่มา:ข่าวสด


สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

แห่ชื่นชม! สาวใจงาม ขับทับไม้กลางถนน แม้รถตัวเองยางแตก ยังมาช่วยโบกให้คันอื่นระวัง

จากกรณีที่ สมาชิกเฟซบุ๊ก แอบซึม แอบซึม เตื่อย ได้โพสต์เหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา บริเวณถนนเทศบาลนครปฐม ที่ผู้โพสต์ระบุว่า “คนมักง่าย ทำไม้หล่นกองใหญ่ขนาดนี้ แล้วไม่รับผิดชอบ มีคนเดือดร้อนตั้งหลายคัน ทำไมมักง่ายกันแบบนี้ พังหมดเลยรถทั้งยางแม็ก 4 วง อ่างน้ำมันเครื่องน้ำมันเกียร์ก็รั่ว ซ่อมไปครึ่งแสนแล้ว รอตำรวจดูกล้องวงจรปิด ขอให้หาตัวได้เร็วๆทีเถอะ เดือดร้อนมากๆ แย่มากๆ”

โดยในคลิปจะเห็นรถจำนวนหลายคันต้องเบรกกะทันหันเมื่อขับทับกองไม้ดังกล่าว เนื่องจากทำให้ยางแตก อีกทั้งผู้โพสต์ระบุว่า กรณีดังกล่าว หาคนผิดไม่ได้ ต้องให้รถที่ประสบเหตุฟ้องเรียกค่าเสียหายเอาเอง เนื่องจากไม่มีคู่กรณี อ่านข่าว อันตรายสุดๆ! กองไม้หล่นกลางถนน รถทับยางแตกเป็นสิบคัน หาคนรับผิดชอบไม่ได้

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่คลิปดังกล่าวเผยแพร่จนมียอดชมกว่า 4 แสนครั้ง นอกจากจะมีการวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ว่าผู้ที่ทำไม้ฝาดังกล่าวหล่น จนทำให้รถยางแตกไปหลายคันสร้างความเสียหายนั้น ยังมีผู้มาแสดงความเห็นว่า ผู้โพสต์เป็นคนที่มีน้ำใจ เมื่อรถตัวเองยางแตกแล้ว ยังมาโบกเตือนรถคันหลังให้หลบกองไม้ดังกล่าว แม้ว่าสภาพถนนจะเป็นสายหลักซึ่งรถวิ่งเร็วมาก แต่ความกล้าและความมีน้ำใจของผู้โพสต์ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจำนวนมาก

 

ที่มา:ข่าวสด
สนใจอยากสร้างเว็บไซต์เพื่อเพิ่มช่องทางของกับธุรกิจ ให้เป็นที่รู้จักของกลุ่มลูกค้ามากขึ้น มีความทันสมัย เข้ากับธุรกิจและผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมภาพลักษณ์ให้กับธุรกิจ บริษัท Wynnsoft Solution รับทำเว็บไซต์ ออกแบบเว็บไซต์ ด้วยทีมงานมืออาชีพรับออกแบบจัดทำ เว็บไซต์ขายของออนไลน์ E-commerce รองรับมือถือและแท็บเล็ต(Responsive) รับทำ SEO ด้วยทีมงานมืออาชีพ

จับแล้วคนจ้างวานฆ่าหนุ่มอังกฤษดับคาปอร์เช่หลังหนีซุกกัมพูชา ส่งตร.รับตัวมาดำเนินคดีที่พัทยา

จากคดีสุดอุกอาจเมื่อคนร้ายประกบยิงหัวนายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ เสียชีวิตคารถปอร์เช่ คาเยน บริเวณหน้าสานิตย์สปอร์ตคลับ ต.โป่ง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยภรรยาชาวไทยเผยสามีทำธุรกิจเว็บไซต์และไม่เคยมีเรื่องกับใคร แต่พักหลังขัดแย้งธุรกิจกับหุ้นส่วน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจ สอบกล้องวงจรปิดจับภาพมือปืนได้ชัดเจน มีลักษณะอ้วน สวมเสื้อแจ๊กเกตสีดำและหมวกแก๊ปปิดบังใบหน้า โดยมายืนรอผู้ตายอยู่หน้าสปอร์ตคลับแล้วเดินตามมาประกบยิงในรถหรูระยะเผาขน 1 นัด จากนั้นวิ่งไปขึ้นรถจักรยานยนต์ที่มีคนร้ายอีกคนจอดรออยู่แล้วหลบหนีไปเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 9 ก.พ. ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด มีความเคลื่อนไหวอย่างคึกคัก ทั้งฝ่ายทหารและตำรวจภูธรจากสถานีตำรวจภูธรคลองใหญ่ นำรถตู้ตำรวจและรถยนต์ ยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ สีน้ำเงิน และรถตำรวจสภ.คลองใหญ่ เดินทางผ่านจุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ผ่านเข้าไปยังบ้านจามเยี่ยม อ.มณฑลเสมา จ.เกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวจากทหารเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราดว่า มีการจับกุมคนร้ายฆ่านายโทนี่ เคนเวย์ อายุ 39 ปี นักธุรกิจชาวอังกฤษ ได้ในกัมพูชา และจะนำตัวมาส่งที่ตม.คลองใหญ่ เพื่อส่งให้ทางสภ.คลองใหญ่ดำเนินคดี เพื่อส่งตัวไปยังสภ.หนองปรือ จ.ชลบุรี ต่อไปน.อ.สมรภูมิ จันโท ผบ.หน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด เปิดเผยว่า คนร้ายที่ทางการกัมพูชาจับได้นั้น ไม่ได้เป็นผู้ยิง แต่เป็นผู้จ้างวาน ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบสวน และทางกัมพูชาจะประสานงานกับทางฝ่ายไทย เพื่อมอบให้ตำรวจสภ.คลองใหญ่ แต่ไม่ทราบว่าจะเดินทางมากี่โมงพ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สภ.คลองใหญ่ กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากฝ่ายทหารนาวิกโยธิน พื้นที่จ.ตราดว่า ทางการของกัมพูชาได้จับกุมผู้จ้างวานไว้จริง แต่การส่งตัวมาดำเนินคดีในไทยนั้น ทั้งสองประเทศไม่มีสัญญาเรื่องส่งผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นแค่การดำเนินการอย่างไม่เป็นทางการ และเป็นการผลักดันเข้ามา และให้ทางตำรวจสภ.คลองใหญ่จับตัว และส่งไปดำเนิคดีในพื้นที่เกิดเหตุเท่านั้น ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการของทางไทย จากนั้น จะนำตัวขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปที่สภ.หนองปรือในบ่ายวันนี้

ที่มา>>>ข่าวสด

อย่างหลอน ! สาวแทบช็อก นอนอยู่ดีๆ ประตูเปิดเอง-ผ้าห่มถูกดึง

คลิปนี้โพสต์โดย Daily Mail Video เป็นเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดในห้องนอนของหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งกำลังหลับอยู่บนเตียง%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%81

ปรากฏว่าเกิดเรื่องเหลือเชื่อขึ้น เพราะจู่ๆ ประตูห้องก็เปิดออก แล้วเหมือนมีคนมาดึงผ้าห่มจนหญิงสาวสะดุ้งตื่น พอเอือมมือไปเปิดสวิทช์ไฟ ปรากฏว่าไฟก็ติดๆดับๆ จนต้องลุกจากเตียงวิ่งออกจากห้อง

ที่มา>>>ข่าวสด

อจ.สาวผวา! เจอหนุ่มโรคจิตงัดหอพักมหาลัย-ย่องฉกกกน. แฉเคยลงมือหื่นแล้วถึง3ครั้ง

วันที่ 20 ก.ย. ตำรวจรับแจ้งจากอาจารย์สาวมหาวิทยาลัยนเรศวรวัย 40 ปี ว่ามีคนร้ายบุกงัดเข้ามาภายในห้องพัก ในหอพักอาจารย์ หมู่ 9 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมือง จ.พิษณุโลก เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบภายในสถานที่เกิดเหตุ พบคนร้ายได้เข้าไปภายในห้องพักผ่านทางหน้าต่างกระจกเลื่อนที่มีมุ้งลวด โดยคนร้ายเข้ามาภายในห้องแล้วมุ่งตรงไปที่ราวตากผ้า จากนั้นหยิบกางเกงชั้นในไป 3 ตัว ก่อนปีนหน้าต่างหนีออกจากห้องไป โดยใช้เวลาลงมือไม่ถึง 5 นาที ซึ่งภาพจากห้องวงจรปิดของอาจารย์คนดังกล่าวจะเห็นคนร้ายปีนเข้ามาทางหน้าต่างและปีนออกไปช่องทางเดิม201609201530105-20041022171637เจ้าหน้าที่ระบุเมื่อดูจากลักษณะการงัดเข้าไปภายในห้อง คนร้ายน่าจะมีความชำนาญในการเลื่อนยกหน้าต่างบานกระจก ทำให้ไม่มีร่องรอยการงัดเข้าไปภายในห้อง จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดของหอพัก พบว่าเมื่อเวลา 02.29 น. คนร้ายเป็นชายอายุกว่า 30 ปี สูงประมาณ 170 เซนติเมตร ได้เดินเข้ามาภายในห้องพัก จากนั้นมุ่งตรงไปที่ห้องอาจารย์สาวที่อยู่ชั้น 2 แล้วเข้าไปภายในห้องเมื่อช่วงเวลา 02.40 น. โดยใช้เวลาไม่นานก็ได้ออกจากห้องไป และไม่ได้ทำร้ายใคร เนื่องจากอาจารย์สาวและลูกๆ นอนภายในห้องนอนที่ล็อกประตูแน่นหนา

อาจารย์สาว เปิดเผยว่า คนร้ายบุกเข้ามาขโมยชุดชั้นในไม่ได้เกิดครั้งแรก แต่เกิดเป็นครั้งที่ 3 แล้ว แต่ละช่วงห่างกันประมาณ 10 วัน โดยครั้งแรกคนร้ายลงมือเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ครั้งที่ 2 ลงมือวันที่ 10 ก.ย. และครั้งนี้วันที่ 20 ก.ย. ด้วยความที่คนร้ายลงมือติดต่อกันจึงเกิดความกลัว และรู้สึกหวาดผวาหวั่นเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย จึงได้แจ้งความเจ้าหน้าที่ให้เร่งติดตามคนร้ายมาดำเนินคดี จากนั้นจะนำเงินส่วนตัว มาทำลูกกรงเหล็กให้ห้องพักเกิดความแน่นหนาป้องกันอันตรายได้

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดเถื่อน!! แก๊งโจ๋กว่า 30 คน รุมสกรัม 4 วัยรุ่น ไร้ทางสู้ หนึ่งในนั้นสาหัสยังไม่ได้สติ (มีคลิป)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีเฟซบุ๊กของผู้ที่ใช้ชื่อว่า “ต้น ไม้” นำคลิปวีดีโอภาพจากกล้องวงจรปิดความยาว 2.32 นาที มาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว โดยบรรยายเอาไว้ว่า “ทำไมต้องทำร้ายน้องผมขนาดนี้ เขาทำอะไรพวกมึง รู้ไหมพี่น้องเขาใจจะขาด ตื่นมาสิเต้ย ตื่นมาคุยกับพี่ ตื่นมาแม่ และทุกคนยังรอเต้ยอยู่น่ะน้อง. ..”จากคลิปพบว่ามีชายวันรุ่นประมาณ 4 คน ขับขี่รถจยย.มาจอดที่บริเวณปากซอย คาดว่าน่าจะทางแยก แต่ไม่ทราบว่าทางแยกบริเวณใด ไม่นานนักก็พบกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจยย.ติดตามมากว่า 30 คน และได้จอดรถแล้ววิ่งกรูเข้ามาหาวัยรุ่นทั้ง 4 คน แล้วรุมทำร้ายร่างกาย ทั้งๆ ที่ไม่มีทางสู้ โดยใช้เวลาเท่าที่ปรากฏในคลิป

จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นทั้งหมดได้รีบขึ้นรถจยย.แล้วเร่งเครื่องหลบหนีไป ซึ่งในคลิปพบว่ามีวัยรุ่น 1 คน ได้รับบาดเจ็บสาหัส นอนสลบเหมือดอยู่กลางถนน ส่วนเพื่อนอีก 3 คน ต่างก็ได้รับบาดเจ็บไปตามๆ กัน แต่ทุกคนยังสามารถลุกยืนขึ้นมาได้ และพยายามเข้ามาช่วยเหลือเพื่อนอย่างทุลักทุเล จากนั้นคลิปวีดีโอก็หมดลง จึงไม่รู้ว่ามีใครเข้ามาให้ความช่วยเหลือเพื่อนำตัวส่งโรงพยาบาล ทั้งนี้ภาพจากกล้องวงจรปิด มีแสงส่องสว่าง เชื่อว่าหากเจ้าหน้าที่ตำรวจ เห็นคลิปดังกล่าว ก็คงจะรู้ตัวว่ากลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุนั้นมีใครบ้าง และเหตุนั้นเกิดในพื้นที่ใด

โดยหลังจากคลิปได้เผยแพร่ลงในเฟซบุ๊ก ได้มีสมาชิกเข้ามาดูเกือบ 2 หมื่นคน และมีการแชร์ต่อๆ กันไปอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งล่าสุดทราบว่าวัยรุ่นคนดังกล่าวรักษาตัวอยู่ที่โรงพบายาบลแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โดยมีแม่และป้าคอยเฝ้าอยู่

ที่มา>>>ข่าวสด

แชร์ว่อนคลิปเตือนสติสายแว้น 2 โจ๋ขี่จยย.เสยโครม-ท้ายปิกอัพแบบเต็มๆ

แชร์ว่อนในโลกออนไลน์ คลิปเหตุการณ์เตือนใจบรรดานักแว้นทั้งหลาย เป็นเหตุการณ์ที่บันทึกไว้โดยกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อวัยรุ่น 2 คนขี่จักรยานยนต์พุ่งชนท้ายรถปิกอัพที่จอดอยู่ริมถนนเต็มๆ แรงกระแทกทำให้ทั้งคนขี่และคนซ้อนท้ายกระเด็นลอย ก่อนตกลงไปกองกับพื้น

ที่มา>>>ข่าวสด

รวบคาสนามบินหนุ่มอังกฤษฉกสร้อย-แหวนนักท่องเที่ยวบนวัดพระธาตุดอยสุเทพ (คลิป)

เมื่อเวลา 07.30 น.วันที่ 2 ก.ย. พ.ต.อ. ศารุติ แขวงโสภา ผกก.6 บก.ทท. เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 1 ก.ย. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน กก.6 บก.ทท.ร่วมกันจับกุม นายสตีเฟ่น แอนโทนีโอ อายุ 44 ปี ชาวอังกฤษ ตามหมายจับศาลแขวงเชียงใหม่ที่ 437/2559 ในข้อหาลักทรัพย์ โดยจับกุมได้บริเวณประตูทางออก A7 ฝั่งขาเข้าภายในประเทศ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ สืบเนื่องจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ว่า ผู้ต้องหารายดังกล่าวก่อเหตุลักทรัพย์นักท่องเที่ยวชาวไทย ภายในวัดพระธาตุดอยสุเทพเมื่อวันที่ 31 ส.ค. ที่ผ่านมา ได้ทรัพย์สินเป็น เงินสด สร้อยคอทองคำ แหวนทองคำ และทรัพย์สินอื่นอีกหลายรายการ รวมมูลค่าประมาณ 100,000 บาท ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะผู้ต้องก่อเหตุไว้ได้ หลังก่อเหตุผู้ต้องหาหลบหนีมายังสนามบินสุวรรณภูมิ คาดว่าเตรียมเดินทางออกนอกประเทศ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงออกตรวจภายในอาคารผู้โดยสารก็พบผู้ต้องหา จึงแสดงตัวตัวเข้าจับกุมตามหมายจับ ตรวจค้นเบื้องต้นพบทรัพย์สินของผู้เสียหายที่แจ้งความไว้ในกระเป๋าเดินทางของผู้ต้องหา เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ เจ้าหน้าที่จึงนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด