แข้งทอฟฟี่ ร่วมกิจกรรมการกุศล ชื่นชมเทศกาลสงกรานต์

“มูฮัมเหม็ด เบซิช” กองกลางทีมชาติบอสเนียฯ และทีมทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน เป็นตัวแทนสโมสร และช้าง ผู้สนับสนุนหลักของสโมสร ร่วมฉลองประเพณีไทย ในเทศกาลสงกรานต์ 2559 และร่วมทำกิจกรรมการกุศลเพื่อเยาวชน…

มูฮัมเหม็ด เบซิช” ได้รับเชิญให้เดินทางมาที่ภัตตาคารChaophraya” ในเมืองลิเวอร์พูล ประเทศอังกฤษ เพื่อร่วมกิจกรรมพิเศษของร้าน ซึ่งจัดงานเทศกาลสงกรานต์ หรือวันปีใหม่ไทย (ระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน 2559) เพราะมี “ช้าง” ผู้สนับสนุนหลักของสโมสรมาจากไทย นอกจากนี้ยังมีโครงการการกุศลเพื่อช่วยเหลือเด็กที่อยู่ในประเทศไทย อีกด้วยเบซิช ฝึกทำอาหารไทยอย่างตั้งใจ

ในงานดังกล่าว เบซิชได้ร่วมทำกิจกรรมทำอาหารกับเด็กๆ ชาวอังกฤษและไทย ที่สวมบทเชฟน้อย ซึ่งเมนูอาหารไทยที่ทำก็มีหลากหลาย

“ผมรู้สึกสนุกมากที่ได้มาร่วมกิจกรรมแบบนี้กับพวกเด็กๆ โดยเฉพาะการทำอาหารไทย พวกเขาทำกันได้ดีอย่างไม่มีที่ติจริงๆ” เบซิช กล่าวเบซิช ตั้งใจฟังเชฟอธิบายวิธีการทำอาหารไทย

นอกจากนี้ แข้งชาวบอสเนีย ยังกล่าวถึงเทศกาลสงกรานต์ของไทยด้วยว่า ผมได้เรียนรู้ถึงประเพณีไทยอันสนุกสนานมากขึ้น มันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก และผมขออวยพรให้ชาวไทยทุกคน โดยเฉพาะแฟนบอลชาวไทยของเรา มีความสุขกับเทศกาลอันดีงามนี้

“สวัสดีปีใหม่ และ สวัสดี สงกรานต์” เบซิช กล่าวเป็นภาษาไทยเบซิช ถ่ายภาพร่วมกับเชฟ,เด็กๆ ชาวอังกฤษและไทย หลังเสร็จกิจกรรม

ทั้งนี้ สโมสรเอฟเวอร์ตัน และ “ช้าง” ร่วมกันบริจาคเงินให้กับ “Thai Leisure Group” เจ้าของภัตตาคาร “Chaophraya” เป็นจำนวนเงิน 50,000 ปอนด์ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท ให้กับการกุศลเพื่อนำไปช่วยเหลือมูลนิธิเด็กต่างๆ ของประเทศไทย

นอกจากนี้ ภัตตาคาร “Chaophraya” ยังระบุด้วยว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ ทุกๆ 5 เพนนี ของเมนูต่างๆ จะถูกนำเข้าการกุศล รวมไปถึงกิจกรรมพิเศษที่จะเกิดขึ้นในช่วงนี้อีกด้วย

ที่มา>>>Thairath

ตร.เร่งสอบ! คลิปกลุ่มรถพ่วงทะเลาะวิวาท คนโพสต์ยันโดนปาดหน้าก่อน

ชาวเน็ตได้นำคลิปวิดีโอมาร้องเรียนผ่านโลกออนไลน์ เป็นเหตุการณ์จากกล้องหน้ารถ ที่เป็นคนขับรถบรรทุกด้วยกันเอง มีเรื่องทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน คลิปนี้ถูกเผยแพร่โดยผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อว่า ขอบคุณ มีล้อม เป็นเหตุการณ์คลิปวิดีโอจากกล้องหน้ารถบรรทุกคันหนึ่ง จับภาพขณะกำลังจอดรถเพราะมีรถบรรทุกมาขวางอยู่ตรงด้านหน้า ก่อนที่คนขับรถบรรทุกจากคันอื่นๆ จะวิ่งกรูกันเข้ามารุมทุบรถและมีเสียงคล้ายกับทำร้ายร่างกาย ผู้โพสต์ระบุว่า “ผมรู้ครับว่าทุกคนรักเพื่อน ผมถึงโดนขนาดนี้ไงครับ น้วมเลยครับ ผมอิ่มไปเลยครับ ไม่ต้องกินข้าวไปหลายวัน ต้องดูคลิปนะครับ แล้วจะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องอ้อนวอนขอชีวิตหลายคนมากครับ”

หลังจากคลิปนี้ได้เผยแพร่ออกไป ชาวเน็ตจำนวนมากได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าพฤติกรรมของคนขับรถบรรทุกที่รุมทำร้ายร่างกาย ขณะที่ชาวเน็ตรายหนึ่งก็ได้เข้ามาแสดงความคิดเห็นในอีกมุมว่า เจ้าของเฟซบุ๊กเป็นผู้ก่อเรื่องก่อนระบุ “ที่พวกเขาทำเพราะอะไร รู้กันหรือเปล่า รู้ตัวว่าพวกเยอะ แต่เขาเองที่ทำก่อน แต่ไม่มีใครเห็น”

ด้านทีมข่าวสายตรวจโซเชียล ไทยรัฐออนไลน์ได้ติดต่อไปยัง นายกฤษณุ มีล้อม เจ้าของเฟซบุ๊กที่โพสต์คลิปร้องเรียน เปิดเผยว่า เหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 เมษายนที่ผ่านมา บริเวณถนนบางหลวง-ลาดปลาเค้า อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม ระหว่างที่ขับรถมาปกติ ได้มีรถบรรทุกคันหนึ่งก็ได้ขับปาดหน้าก่อน ตนจึงได้บีบแตรใส่และพูดจาต่อว่าไป ก่อนที่จะขับรถต่อไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร รถบรรทุกคันที่ปาดหน้าก็ได้นำพวกมาอีก 7 ถึง 8 คัน มาปิดล้อมไว้ และพากันมารุมทุบรถ ทุบกระจก และชกต่อยตน

ทางด้าน พ.ต.ท.วีระวัฒน์ เอมพันธุ์ รองผู้กำกับการสอบสวน สภ.บางหลวง จังหวัดนครปฐม เจ้าของคดี เปิดเผยในเบื้องต้นว่า เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังอยู่ในขั้นตอนการสอบสวนข้อเท็จจริงกับคู่กรณี และรอผลตรวจร่างกายของผู้เสียหายจากแพทย์

ที่มา>>>Thairath

นึกว่าไหม้! ปชช.แตกตื่นกลุ่มควันฟุ้งกระจาย จากร้านสเต็กในห้างดัง

เกือบไป!! พบกลุ่มควันลอยโขมงในร้านสเต็กดังในห้างเซ็นจูรี่  ทำเอาประชาชนและผู้มาเดินห้างแตกตื่น แต่จากการตรวจสอบพบเพียงกลุ่มควันและกลิ่นไหม้ ไม่พบเพลิง และไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต…

เวลา 21.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ศูนย์วิทยุพระราม 199 รับแจ้งเหตุ ให้ไปตรวจสอบกลุ่มควัน ที่ร้าน อีท แอม อาร์ สเต็ก ชั้น 3 ภายในห้างสรรพสินค้าเซ็นจูรี่ ถนนพญาไท แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จึงนำรถน้ำพร้อมหน่วยดับเพลิงสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกรุงเทพ ระงับเหตุ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ทำการอพยพประชาชนออกมานอกห้างทั้งหมด โดยมีกลุ่มควันและกลิ่นไหม้ฟุ้งกระจายทั่วบริเวณห้าง โดยร้านดังกล่าวพบเพียงควันปกคลุมในร้านเท่านั้น ไม่พบแสงเพลิง จากการตรวจสอบเบื้องต้นกลุ่มควันเกิดจากภายในห้องครัว ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต โดยไม่มีเจ้าหน้าที่สอบสวน สน.พญาไท เดินทางมา เนื่องจากเป็นเพียงกลุ่มควันเท่านั้น.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มเลยขับกระบะมาดีๆ ไถลชนท่อประปาแตกน้ำพุ่ง! กระจาย

หนุ่มใหญ่ ขับกระบะไม่รู้อีท่าไหน ชนท่อประปาขนาดใหญ่แตก น้ำพุ่งกระจายสูงกว่า 5 เมตร กลางเมืองเลย ต้องเร่งปิดวาล์วกันจ้าละหวั่น เจ้าตัวถึงกับงง! ทำอะไรไม่ถูก โชคดีไม่เจ็บ แค่ถูกแจ้งข้อหาขับรถประมาททำทรัพย์สินราชการเสียหาย…

เมื่อวลา 17.00 น. วันที่ 8 เม.ย.59 ร.ต.ท.ประเสริฐ โคบำรุง รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเลย จ.เลย ได้รับแจ้งมีเหตุรถกระบะชนท่อส่งน้ำประปาแตก ที่ทางหลวงหมายเลข 21 เลย-ด่านซ้าย ใกล้เคียงปากทางเข้าประตู 2 โรงเรียนเลยพิทย์ ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย ประสานไปยัง กู้ภัยสว่างคีรีธรรม จุดเมืองเลย การประปาภูมิภาค อ.เมืองเลย เดินทางไปตรวจที่เกิดเหตุ พบรถกระบะมิตซูบิชิสตราด้า สีกรมท่า ทะเบียน อห 461 กรุงเทพมหานคร ชนกับท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่ จนแตกน้ำพุงขึ้นท้องฟ้ากว่า 5 เมตรเจ้าหน้าที่ประปาต้องทำการปิดวาล์วน้ำสอบถามนายนัฐวัฒน์ ธาราดล อายุ 40 ปี ที่อยู่ 57 หมู่ 2 อ.เชียงคาน จ.เลย ยังอยู่ในอาการที่ตกใจ เล่าว่า ขณะขับรถคันดังกล่าวมาที่เกิดเหตุ รถเกิดเสียหลักวิ่งชนท่อส่งน้ำประปาขนาดใหญ่จนแตกน้ำพุ่งขึ้นท้องฟ้า จนทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งมี จนท.ตร.พร้อมกู้ภัยมาช่วยเหลือ ส่วนตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร โดยเจ้าหน้าที่นำตัวไปสอบปากคำพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาขับรถประมาททำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหาย ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

(ภาพจาก:มูลนิธิสว่างคีรีธรรม จ.เลย)

ที่มา>>>Thairath

หนุ่มใหญ่ผูกคอพิสดารข้างกระบะ คาดเครียดเงินไม่พอใช้จ่าย

ตร.แสมดำ รุดตรวจศพหนุ่มใหญ่ชาวกำแพงเพชร ผูกคอตายกับรถกระบะในท่าพิสดาร คาด เครียดเป็นหนี้ ไม่มีเงินใช้จ่ายหลังออกจากงานหลายเดือน พบ ก่อนเกิดเหตุเพิ่งทะเลาะกับแฟนสาว

เมื่อวันที่ 8 เม.ย. 59 ร.ต.ท.พายัพ สุคนธสาร รอง สว.สส.สน.แสมดำ รับแจ้งมีคนผูกคอเสียชีวิตข้างรถกระบะ ภายในลานกว้างตรงข้าม บมจ.เอ็มอาร์ทีสตีล ถนนแสมดำ ซอย 9แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.สำเริง ผลรอด ผกก.สน.แสมดำ แพทย์นิติเวช รพ.ศิริราช และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุเป็นลานดินขนาดใหญ่ กลางซอยดังกล่าวพบรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ รุ่นดีแมกซ์ สีดำ ทะเบียน บย 4572 สระบุรี จอดอยู่ ตัวกระบะด้านซ้ายพบศพ นายจำรุณ พรมมินทร์ อายุ 52 ปี ชาวกำแพงเพชร และเป็นเจ้าของรถ ใช้เชือกไนลอนผูกคอและข้อเท้าตัวเองกับราวเหล็กท้ายรถ เสียชีวิตในสภาพพิสดาร จากการตรวจสอบสภาพศพไม่พบมีบาดแผลและร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นแพทย์สันนิษฐานเสียชีวิตมาแล้วไม่เกิน 6 ชั่วโมง

พ.ต.อ.สำเริง เผยว่า ผู้ตายเคยทำงานเป็นพนักงานขับรถขนเหล็กของบริษัทแห่งหนึ่ง ใกล้จุดพบศพ แต่ลาออกไปหลายเดือนแล้ว ทำให้ขาดรายได้ ไม่มีเงินผ่อนรถและใช้จ่ายประจำวัน ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถกระบะมาจาก จ.กำแพงเพชร มุ่งหน้ามาหาแฟนสาวที่บ้านในซอยดังกล่าว ตั้งแต่ช่วงกลางดึกวันที่ 7 เม.ย. แต่เกิดมีปากเสียงกัน จนผู้ตายประชดจะผูกคอตายครั้งหนึ่ง แต่ญาติช่วยห้ามปรามเอาไว้ จากนั้นผู้ตายก็ขับรถออกมาจากบ้านตั้งแต่ช่วง 01.00 น. จนมีผู้มาพบศพดังกล่าว

โดยสาเหตุคาดว่าเกิดจากความเครียดไม่มีเงินใช้ และจะมอบศพให้นิติเวชผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนให้ญาติทำเรื่อง นำศพไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

หนุ่ย ลั่น! ใครจะรับผิดชอบ? ถ้าป่าเกาะนาคาน้อยโดนทำลาย!

ต้องออกมาลุย! ต้องออกมาปกป้อง! ผืนป่าอุดมสมบูรณ์ของครอบครัวและของชาติ หนุ่ย พงศ์สุข หิรัญพฤกษ์ พิธีกรชื่อดัง พร้อมสู้ๆ กับฝ่ายตรงข้าม ที่เตรียมจะเข้ามาบุกรุกผืนป่าที่รัก บนเกาะนาคาน้อย ภูเก็ต โดยเกาะนาคาน้อยแห่งนี้ ปัจจุบันพื้นที่กว่า 53 ไร่ ถือสิทธิ์โดยตระกูลหิรัญพฤกษ์ หรือเรียกง่ายๆ ว่าเป็นเกาะส่วนตัว ซึ่งเป็นของดาราชื่อดัง ภูริ หิรัญพฤกษ์ ร่วมอยู่ด้วย

ตระกูลของหิรัญพฤกษ์ ได้ที่ดินบนเกาะนาคาน้อย มาอย่างถูกต้อง? “ครับ เราซื้อมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ย้อนไปเมื่อกว่า 40 ปีที่แล้ว ดร.สุจิต หิรัญพฤกษ์ ซึ่งเป็นคุณพ่อของผม ได้เข้าไปซื้อที่ดินจากชาวบ้าน เราได้โฉนด นสก.3 มาอย่างถูกต้อง 53 ไร่ ก่อนหน้านี้มีการทำฟาร์มหอยมุก แล้วก็เลิกทำไป ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ทำเป็นรีสอร์ต หรือประกอบธุรกิจอะไร มีแค่บ้านพักอยู่หลังเดียว ด้านหลังที่เป็นสวนมะพร้าวก็ปล่อยให้เป็นป่าไป เกาะนาคาน้อยแห่งนี้ยังเวอร์จิ้น มีความบริสุทธิ์อยู่เป็นพื้นที่ป่าเกือบหมด มีนกเงือกอาศัยอยู่ มีปลาที่อุดมสมบูรณ์อยู่รอบๆ เกาะ”

ย้อนเรื่องราวปัญหาที่ดินในเกาะนาคาน้อย ให้ฟังอีกครั้งหน่อย? “ทางนั้นออกเอกสารโดยไม่ชอบจาก 7 ไร่เพิ่มเป็น 17 รวมเป็น 24 ไร่ ซึ่งออกที่เกาะนาคาใหญ่ ที่อยู่ใกล้ๆ กัน แต่มีรวมพื้นที่ป่าในเกาะนาคาน้อยของเราไปด้วย ทางนั้นเคยเข้าเสนอขายให้เราในราคา 42 ล้าน จะคิดการเดินเรื่องอีก 4 ล้าน แต่เราปฏิเสธไปเพราะตรวจดูแล้วไม่ถูกต้อง แต่ทางนั้นอ้างว่ามีเอกสาร นส.3ก. ซึ่งทาง DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ กำลังเพิกถอนอยู่ แต่ระหว่างการเพิกถอน ทางนั้นซึ่งอ้างคนมีสี จะมีการปรับภูมิทัศน์ ถ้าเกิดมีการทำลายป่าเกิดขึ้น ใครจะรับผิดชอบ ซึ่งเป็นที่อาศัยของสัตว์ป่าหายากอย่างนกเงือก จะปลูกป่าทดแทนได้เหรอ จะต้องใช้เวลาอีกกี่ร้อยปี ตอนนี้เราต้องการกำลังแนวฝืนป่า น่าจะหยุดทางนั้นได้ แต่ยังไว้ใจไม่ได้”สรุปเหตุการณ์ตอนนี้? “ทาง DSI กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะใช้มาตรา 44 ที่ผ่านมา DSI ชี้มูลความผิดแล้วว่าได้มามิชอบ ส่วนเจ้าหน้าที่ออกเอกสารเกษียณไปแล้ว ไม่ได้รับโทษอะไร บริษัทที่อ้างว่าได้สิทธิ์ ส.ค.1 มา มีที่ดินอยู่ 24 ไร่ ขนาดเราเป็นคนที่มีเสียงดัง ยังโดนขนาดนี้ ถ้าเป็นตาสีตาสาโดนโกงที่ดินไปแล้ว ซึ่งน่าจะมีอีกหลายที่ทั่วประเทศ นี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เป็นการออกเอกสารที่ฉ้อฉล ที่ผ่านมาทางนั้นส่งคนมาขึ้นเกาะแล้ว เตรียมจะปรับภูมิทัศน์ ซึ่งมีคนมากกว่า 10 คน ท่าทางน่าจะมีอาวุธ เราไม่ได้ไปโกรธหรือเกลียดคนที่จะเข้ามาบุกรุก ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง เรามีอยู่ 53 ไร่ เราไม่ได้ต้องการพื้นที่เพิ่มอีกสักตารางนิ้วเดียว เราต้องการจะให้ป่าบนเกาะนาคาน้อย ยังคงเป็นป่าต่อไป”.

ที่มา>>>Thairath

เพลิงไหม้บ้านกะเหรี่ยง ใน อ.พบพระ วอด 15 หลัง กว่า 50 ชีวิตไร้ที่อยู่

ไฟไหม้บ้านพักชาวกะเหรี่ยงใน อ.พบพระ จ.ตาก หลังวัดมอเกอร์ไทย วอด 15 หลังคาเรือน อีก 1 หลังเป็นของคนไทย 15 ครอบครัว กว่า 50 ชีวิต ไร้ที่อยู่ ต้องจัดที่พักชั่วคราวให้อาศัยไปก่อน…

เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 6 เม.ย. 2559 พ.ต.ท.นพดล จันทร์ศรี สว. (สืบสวน) สภ.พบพระ จ.ตาก รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้บ้านพักชาวกะเหรี่ยงบริเวณหมู่ที่ 1 ต.วาเล่ย์ อ.พบพระ จึงพร้อมด้วยนายประสงค์ หล้าอ่อน นายอำเภอพบพระ และ ร.ท.เฉลิม บุญพรวงศ์ นายก อบต.วาเล่ย์ นำรถดับเพลิงของ อบต. ไปยังที่เกิดเหตุซึ่งอยู่หลังวัดมอเกอร์ไทย โดยเพลิงกำลังไหม้บ้านพักจำนวนหลายหลัง จึงประสานรถดับเพลิงจาก อบต.ใกล้เคียงมาช่วยดับไฟ แต่จากสภาพอากาศที่ร้อนจัด รวมทั้งลมกระโชกแรงส่งผลให้ต้องใช้เวลานานนับชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงได้จากการตรวจสอบพบบ้านถูกเพลิงไหม้ไปจำนวน 16 หลัง เป็นของคนไทยเพียง 1 หลัง นอกนั้นเป็นบ้านของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นบุคคลไม่มีสถานะ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ และอยู่ระหว่างการสอบสวนสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม ได้ส่งผลให้ราษฎรชาวกะเหรี่ยงจำนวน 15 ครอบครัว กว่า 50 ราย ไม่มีที่พัก ซึ่งนายอำเภอพบพระ ต้องจัดให้ทั้งหมดไปนอนพักในโรงเรียนที่อยู่ใกล้เคียงเป็นการชั่วคราว และได้มีผู้นำน้ำดื่ม อาหาร รวมทั้งเครื่องยังชีพมามอบให้จำนวนมาก.

ที่มา>>>Thairath

นอภ.คลองลาน ให้ภรรยาปรามสามี เมาห้ามขับ! ลดอุบัติเหตุสงกรานต์

นอภ.คลองลาน จ.กำแพงเพชร รณรงค์ป้องกัน ลดอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ ให้ภรรยาควบคุมสามี ดูแลบุตรหลาน เมาแล้วห้ามขับ นอนหลับอยู่บ้าน พร้อม สนธิจนท.ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ตั้งด่านตรวจปราบปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยง บังคับใช้กฎหมายจราจรเคร่งครัด…

วันที่ 6 เม.ย.59 นายบุญธรรม ทองพิจิตร นายอำเภอคลองลาน จ.กำแพงเพชร เป็นประธานเปิดการประชุมคณะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการร่วมป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตามมาตรการ “สงกรานต์ปลอดภัย ส่งเสริมวัฒนธรรมไทย สร้างวินัยจราจร” อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ที่ห้องประชุม (ชั้น 2) ที่ว่าการอำเภอคลองลาน พร้อมด้วย ร.ท.นิทัศน์ ประพัฒน์โพธิ์ นายทหารฝ่ายกิจการ พลเรือน กรมทหารพรานที่ 35 ปลัดอำเภอคลองลาน สภ.คลองลาน จนท.สาธารณสุขอำเภอ จนท.โรงพยาบาลคลองลาน จนท.มูลนิธิพุทไธสวรรค์คลองลาน อปท.ทั้ง 4 แห่ง กำนันทั้ง 4 ตำบล และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน

นายบุญธรรม กล่าวว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆ ปี ถือเป็นเทศกาลวันขึ้นปีใหม่ไทย ซึ่งตรงกับวันผู้สูงอายุและวันครอบครัว ทั้งนี้ จะมีประชาชนจำนวนมาก ใช้รถใช้ถนนเดินทางสัญจรกลับภูมิลำเนา และท่องเที่ยว ประกอบกับในพื้นที่ทั่วประเทศจะมีการจัดงานประเพณีทำบุญ และงานรื่นเริงต่างๆ ทำให้ปัจจัยเสี่ยงการเกิดอุบัติเหตุทางถนนเพิ่มสูงขึ้นกว่าช่วงปกติ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนได้

ดังนั้น เพื่อให้การป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ของอำเภอคลองลาน จะเน้นหนัก 5 ด้าน ได้แก่ มาตรการด้านการบริหารจัดการ มาตรการด้านถนนและการสัญจรอย่างปลอดภัย มาตรการด้านยานพาหนะที่ปลอดภัย มาตรการด้านผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย และมาตรการด้านการตอบสนองหลังเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ ยังมีการรณรงค์ให้สตรีในอำเภอคลองลาน ซึ่งเป็นภรรยาคอยคุมดูแลสามีและบุตรหลาน เมื่อดื่มสุราแล้ว ต้องไม่ขับรถไปไหน ให้อยู่ในโครงการที่กฎหมายบังคับ โครงการเมาไม่ขับ นอนหลับอยู่กับบ้าน หวังลดตายให้เป็น 0 และเพื่อให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดการเกิดอุบัติเหตุจำนวนผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต จึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนช่วงเทศกาลสงกรานต์อำเภอคลองลาน โดยมีหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในการประสานการปฏิบัติงานร่วมกันที่จะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้ทันท่วงที เพื่อลดการสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน และการบังคับใช้กฎหมายโดยให้เข้มงวดจับกุมดำเนินคดีขั้นสูงสุด ตามมาตรการ 1ร. 2ส. 3ข.4ม.(10 รสขม) คือ การขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด เมาสุราแล้วขับขี่ยานพาหนะ ตัดหน้ากระชั้นชิด มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย ไม่สวมหมวกนิรภัย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัยขณะขับขี่ และโดยสาร ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อนการลดอุบัติเหตุทางถนนสัมฤทธิผลตามเป้าหมาย

นายอำเภอคลองลาน ยังกล่าวเน้นย้ำให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันรณรงค์ และดำเนินการตามมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การตั้งจุดตรวจ จุดสกัด ในถนนสายหลัก สายรองในหมู่บ้าน และสนธิกำลังฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ชรบ. อปพร.ประจำหมู่บ้านในการตั้งด่านตรวจ “1 ชุมชน 1 หมู่บ้าน 1 ด่านตรวจ” เพื่อป้องปรามผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอุบัติเหตุ และบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัดกับผู้ที่กระทำผิด ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2559 โดยมุ่งเน้นการลดปัจจัยเสี่ยงให้สอดคล้องกับสถานการณ์อุบัติเหตุทางถนนในพื้นที่ โดยเฉพาะการควบคุมการใช้ความเร็วในการขับรถ การเมาสุราแล้วขับ รวมถึงการแก้ไขจุดเสี่ยงอุบัติเหตุ เพื่อสร้างความปลอดภัยจากการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ตลอดจนการคุมเข้มพฤติกรรมเสี่ยงจากการเล่นน้ำที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ และส่งเสริมการเล่นน้ำสงกรานต์ตามประเพณีควบคู่ไปกับความปลอดภัย

ที่มา>>>Thairath

ตร.บุกจับ ‘เดช ควนหนองหงษ์’ ค้ายาบ้ารายใหญ่ คาบ้านพัก เมืองคอน

ตร.สภ.ชะอวด ร่วม ตชด. เมืองคอน บุกจับ ”เดช ควนหนองหงษ์” ค้ายาบ้ารายใหญ่ คาบ้านพัก เมืองคอน ได้ปืนคาร์บิน-อาวุธ-กระสุน พร้อมยาบ้า 100 เม็ด คุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 5 เม.ย. พ.ต.อ.ธรรมนูญ ไฝจู ผกก.สภ.ชะอวดจ.นครศรีธรรมราช พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิคม พลประสิทธิ์ ผกก.กก.ตชด.42 ค่ายศรีนครินทรา อ.ทุ่งสง ได้สนธิกำลังกันเข้าไปตรวจค้นบ้านเลขที่ 73/1 หมู่ 5 ต.เขาพระทอง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช เนื่องจากสืบทราบว่า เป็นแหล่งค้ายาเสพติดและอาวุธปืนสงครามซุกซ่อนในบ้าน ผลการตรวจค้น พบอาวุธปืนคาร์บิน ไม่มีทะเบียน จำนวน 1 กระบอก, เครื่องกระสุนปืนคาร์บิน จำนวน 64 นัด, กระสุนปืน 9 มม.จำนวน 4 นัด, ซองบรรจุกระสุนปืนคาร์บิน จำนวน 1 ซอง และยาบ้าจำนวน 100 เม็ด จับกุมตัวนายยงยุทธ วังนิคม อายุ 35 ปี หรือฉายา ”เดช ควนหนองหงษ์” ซึ่งมีพฤติกรรมค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ คุมตัวมาสอบสวน ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ก่อนคุมตัวนำส่ง พงส.สภ.ชะอวด จ.นครศรีธรรมราช ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา>>>Thairath

เอกสารเก๊ว่อนเน็ต!! วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เมษา รบ.เตือนอย่าหลงเชื่อ

โฆษกรัฐบาล เตือนอย่าหลงเชื่อพวกป่วนทำเอกสารปลอมว่อนเน็ต อ้างมีวันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย. สร้างความสับสนให้ประชาชน ยันหยุดปกติ 13-17 เม.ย.เท่านั้น…

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเปิดเผยถึงกรณีการเผยแพร่เอกสารที่อ้างว่า เป็นของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเสนอให้มีวันหยุดสงกรานต์เพิ่มเป็นกรณีพิเศษในวันที่ 12 เม.ย. ว่า ได้มีการตรวจสอบแล้วพบว่าเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารปลอม ที่มีผู้ไม่หวังดีทำขึ้นมาโดยนำเอกสารราชการในปี 2556 ซึ่งประกาศให้มีวันหยุดพิเศษ มาปรับแก้เป็นปี พ.ศ. 2559

ทั้งนี้ ช่วงวันหยุดสงกรานต์ในปีนี้เป็นไปตามปฏิทินปกติ คือ หยุดระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย. อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าผู้ทำเอกสารจะมีเจตนาใด ก็ถือว่าได้ก่อความวุ่นวายปั่นป่วนโดยขาดจิตสำนึก เชื่อว่าพี่น้องประชาชนจะไม่หลงเชื่อ และหากเป็นไปได้ก็ไม่ควรเผยแพร่เอกสารไร้สาระและสร้างความสับสนเช่นนี้ เพราะอาจจะไปช่วยขยายผลและสนับสนุนเจตนาก่อความวุ่นวายของกลุ่มผู้จัดทำ.อย่าเชื่อ เอกสารปลอม วันหยุดพิเศษสงกรานต์ 12 เม.ย.

ที่มา>>>Thairath